่ใช่เพราะเจี่ยงเหวินเฟิงเก่งกาจเพียงใด แต่เขาเป็นตัวแทนของโอรสสวรรค์ผู้สูงส่ง ไม่ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะตะโกนอย่างแรงแค่ไหน คนส่วนใหญ่ก็ยังแสดงความเกรงกลัวต่อหน้าผู้มีอำนาจอยู่ดี
เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้าให้กับทหารที่คุ้มครองเขาและเดินออกจากฝูงชน
เจียวจื้อโบกมือทันใดนั้นทหารที่มีโล่ก็วิ่งไปข้างหน้าและล้อมรอบตัวเขา
เจี่ยงเหวินเฟิงยิ้มแล้วโบกมือ “แม่ทัพเจียวสั่งให้ทหารถอยไปเถอะ ข้าเชื่อว่าพวกเขาไม่ทำอะไรข้าแน่นอน”
“ใต้เท้า…”
เจียวจื้อมีสีหน้าลำบากใจ เมื่อครู่เขาได้ข่าวมาว่าถูต้าหู่ถูกสังหาร ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าสังหารถูต้าหู่ สังหารเจี่ยงเหวินเฟิงด้วยอีกคนจะเป็นอะไรไป เรื่องทุกอย่างผิดไปหมดแล้ว พวกเขาคงไม่สนใจแล้วว่าจะรุนแรงไปกว่านี้หรือไม่
เจี่ยงเหวินเฟิงตอบ “ข้าเชื่อในลูกหลานของเจี้ยนอันโหว ปีนั้นไท่จู่รับรู้ถึงความยากลำบากของไพร่ฟ้าจึงลุกขึ้นมาต่อต้านทรราช เจี้ยนอันโหวละทิ้งสมบัติความมั่งคั่ง ฝากฝังให้มารดาดูแล ไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็จะอยู่ด้วยกัน ผู้ที่ภักดีเช่นนี้ ทายาทรุ่นต่อมาจะนำมาเปรียบเทียบกับผู้ร้ายได้อย่างไร”
ทหารที่ยืนล้อมรอบไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดเหล่านี้ จากนั้นบรรยากาศก็เงียบลง เจี่ยงเหวินเฟิงดูสงบนิ่งเขาหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มกบฏและถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นลูกหลานของเจี้ยนอันโหวหรือ”
ทหารขี่ม้านายหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ข้าเอง”
ได้ยินเจี่ยงเหวินเฟิงกล่าวสรร