“เดี๋ยวก่อน”
พอนายท่านสามจะถูกพาตัวไป หมิงเวยก็ร้องเรียก
หัวหน้าองครักษ์มองหยางชู เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้คัดค้านอะไรจึงสั่งให้องครักษ์หยุดชั่วคราว
หมิงเวยมองใบหน้าที่เปื้อนเลือด “วิญญาณของท่านแม่ล่ะ”
นายท่านสามที่ถูกบีบคางอยู่ทำให้ไม่สามารถตอบได้
หยางชูจึงตอบ “ไปเอากระดาษกับพู่กันมาให้เขาเขียน”
“ไม่จำเป็นเจ้าค่ะ” แต่คนที่ห้ามเขากลับเป็นหมิงเวย
เพราะว่าในตอนที่นางถามประโยคนั้นออกไป แววตาของนายท่านสามมีความสับสนอยู่ชั่วครู่แล้วกลับมามีแววตาเยาะเย้ย อาฆาตแค้นเหมือนเดิม
เขาไม่รู้ ถึงแม้เขาจะรู้ เขาก็ไม่บอก
นางครุ่นคิด “ค้นตัวเขา อย่าปล่อยให้มีของเล็กน้อยติดตัวเขาไปด้วย”
“ขอรับ!”
องครักษ์ตอบรับเสียงดังแล้วรีบค้นตัวนายท่านสามตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกรอบ
มวยผมถูกปล่อยลงมา เสื้อผ้าถูกค้นทุกซอกทุกมุม แม้แต่รองเท้ายังถูกถอดออกมาเพื่อตรวจสอบแล้วก็พบว่ามีอาวุธลับซ่อนอยู่ที่รองเท้าของเขา
ไม่นาน สิ่งของทั้งหมดในตัวนายท่านสามก็ถูกค้นออกมาจนหมด
หมิงเวยมองแล้วหยิบเครื่องประดับชิ้นหนึ่งออกมา
มันเป็นแผ่นไม้เล็กยาวหนึ่งนิ้วซึ่งสลักยันต์ง่ายๆ เอาไว้ ดูเหมือนว่าจะเป็นเครื่องรางขอให้ปลอดภัยแคล้วคลาดที่มีขายในวัด ขอบและมุมได้รับการขัดเงาจนเรียบและน่าจะมีอายุการใช้งานมายาวนาน
“ไม้สีดำ” หมิงเวยพูดเบาๆ “อย่างนี้นี่เอง”
ของสิ่งนี้มีผลในการดึงดูดวิญญาณ ตอนที่คุณหนูเจ็ดเกิดวิญญาณของนางก็กระจัดกระจายออกไปเพราะดวงชะตาปา