เกิดความวุ่นวายขึ้นในวัดเป่าหลิง ของตกแต่งล้มกระจาย ดอกไม้ร่วงหัก เศษขยะถูกโยนทิ้งไปทั่วทุกแห่ง
วิหารที่อยู่ห่างไกลออกไป เปลหามศพถูกโยนลงบนพื้นอย่างลวกๆ แม้ว่าจะยกกองทัพมา แต่กำลังพลก็ยังไม่เพียงพอ
ในการอพยพฝูงชนจำเป็นต้องมีคนจัดหน่วยคุ้มกัน บุคคลที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกพาตัวออกไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ พระสงฆ์ในวัดเป่าหลิงถูกควบคุมตัวไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว
ยุ้งฉางใต้ดินจำเป็นต้องมีคนตรวจสอบซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานที่ดีเลยทีเดียวนอกจากนี้ยังมีห้องเก็บพระสูตรซึ่งถูกรายล้อมไปด้วยกลไกลับที่ไม่สามารถให้คนนำออกไปได้
พอลองมาชั่งน้ำหนักดูแล้วเรื่องคนตายคงต้องพักไว้ก่อนแล้วส่งคนไปเฝ้าที่ประตูทางเข้าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด
ทหารที่หน้าประตูยืนตัวตรงเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็หันศีรษะไปอย่างตื่นตัวและถามกลับไป “นั่นใคร”
ทหารคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบเดียวกันเดินออกมาจากความมืด เขางอตัวเล็กน้อย มือข้างหนึ่งจับที่ท้องแล้วพูดอย่างกังวลว่า “พี่ชาย ท้องข้าไม่ค่อยดี พอมีที่ให้ทำธุระหรือไม่”
ทหารคนนั้นตอบกลับว่า “ข้าเองก็เพิ่งมาที่นี่จะไปรู้ได้อย่างไร เจ้าไปหาที่จัดการธุระของเจ้าตามสบายเถอะ”
คนผู้นั้นมองไปรอบๆ “มันมืดมากจนมองไม่ชัด ท่านช่วยชี้ทางให้ข้าได้หรือไม่ ว่าทางไหนห่างไกลออกไปกว่ากัน”
นายทหารไม่ได้สงสัยอะไรเขาแล้วหันไปด้านขวา พอเขายกมือขึ้นก็เห็นว่าชายตรงหน้ากระโดดขึ้นมาเอามือข้างหนึ่งปิด