มาเสแสร้งเลย!”
“ท่านไม่เข้าใจ” เขาพูด “ตอนที่ข้าไหว้ท่านอาจารย์ ข้าสาบานไว้ว่าข้าสามารถฆ่าคนด้วยกริชของข้า แต่จะไม่ใช้วิชาทำร้ายผู้คนมีเพียงคนอย่างท่านที่เรียนแค่ผิวเผินก็ไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น”
น้ำเสียงที่กล่าวออกมานั้นไม่รู้ว่าภาคภูมิใจหรือสงสารตนเองกันแน่
นายท่านสามคิดว่ามันไร้สาระ แต่เขาไม่พร้อมที่จะเรียนทฤษฎีอีกต่อไป
เขาในตอนนี้ต้องการความช่วยเหลือหากเขาถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังในวัดเป่าหลิงคงหนีจากการไล่ล่าไม่พ้น
ไม่เป็นไร…เขาบอกกับตนเอง
ความล้มเหลวในชีวิตอาจมีเก้าสิบเก้าครั้ง แต่ตราบใดที่สำเร็จหนึ่งครั้ง สิ่งตอบแทนที่ได้รับมาอาจมีมากมายอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน
หลายปีมานี้เขาสูญเสียภรรยาและบุตรสาว สูญเสียครอบครัวแล้วยังสูญเสียตนเอง ความอดทนที่ทนมานานแสนนานวันหนึ่งเขาย่อมได้รับสิ่งตอบแทน
จู่ๆ คนตรงหน้าก็ชะงัก
“มีอะไรหรือ” นายท่านสามถามเสียงเบา
อีกฝ่ายตอบว่า “มีบางอย่างกำลังมา”
พูดจบเขาก็รีบหยิบยันต์ออกจากแขนเสื้อใส่พลังแล้วสะบัดมันออกไป
ได้ยินเสียง ‘ชู่’ เบาๆ แล้วเงาจางๆ ก็รีบบินหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
“หึ! เป็นวิญญาณจริงๆ!”
นายท่านสามเรียนรู้วิชามาหลายปี เขาเหลือบตามองดูอย่างไม่เต็มใจเมื่อเห็นว่ามันเป็นงูสีขาวตัวเล็ก จู่ๆ ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
แล้วก็มีเสียงดังขึ้นอีกครั้งเพื่อนร่วมทางที่กำลังไล่ตามวิญญาณก็หยุดชะงัก
“จะไปไหนกันหรือ!” เสียงดังขึ้นอย่างเกียจคร้าน “นายท่านสาม”
นายท