ภายนอกก็เข้าหูนางไม่ขาดสาย
“โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะหญิงงาม!” นางโยนก้อนกระดาษลงในเตาป๋อซาน มองมันกลายเป็นเขม่าสีดำ
อาหว่านถามอย่างยิ้มเยาะไปว่า “ในฐานะที่ท่านเป็นสาวงาม รู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
หมิงเวยครุ่นคิดอย่างจริงจัง “ก็ไม่เลว มีคุณชายหยางมาเสียทีให้แล้วยังชื่นชม ข้าพอใจเป็นอย่างมาก”
“ฮึ!”
“แม่นางอย่าฉุนเฉียวเช่นนี้เลย” หมิงเวยพูดอย่างจริงจัง “เจ้าโกรธข้าไม่ได้ จึงเอาความโกรธลงที่ตนเองหรือ”
อาหว่านกลับถามออกมาว่า “ปีนี้ข้าน้อยอายุสิบหก ท่านอายุเท่าไรหรือเจ้าคะ”
หมิงเวยยิ้ม “เจ้ารู้ดีว่าร่างกายนี้มีอายุสิบห้า แต่ไม่รู้ว่าอายุจริงๆ ของข้านั้นเท่าใด รู้หรือไม่ว่าข้าอายุเจ็ดสิบแปดสิบแล้ว อายุเข้าบั้นปลายชีวิตแล้ว”
อาหว่านมองนางอย่างสงสัย
จริงหรือ…
หมิงเวยดูสุขุมเยือกเย็น นางเทน้ำลงบนแท่งหมึกฝนอยู่ไม่กี่ครั้งก็ใช้พู่กันวาดยันต์ “หลายวันมานี้ข้าแทบจะพลิกสวนอวี๋ฟาง แต่ก็หาแม่กุญแจไม่พบ”
นางวาดยันต์ไปพูดไป “ข้าสงสัยว่ากุญแจจะอยู่ข้างนอก”
อาหว่านถาม “แล้วเราจะทำอย่างไรกันดีเจ้าคะ”
“เรื่องด้านนอกให้พวกเขาเป็นคนจัดการ พวกเราต้องจัดการเกิงซานก่อน เจ้าท่องจำคาถาได้หรือยัง”
“ข้าจำได้แล้วเจ้าค่ะ”
“ดีมาก” หมิงเวยหยิบยันต์ที่เพิ่งวาดไปวางบนมือของนาง “เจ้าลองดูว่าใช้ได้หรือไม่”
“หากข้าใช้ยันต์จะจัดการเกิงซานได้งั้นหรือเจ้าคะ”
หมิงเวยตอบ “ใช่ เพราะฉะนั้นเจ้าต้องจริงจังเสียหน่อยนะ!”
“ฮึ ท่านคอยดูไ