หยางชูพึมพำ “อันดับหนึ่งของหวงเฉิงซือที่ยากจะมีใครในใต้หล้าเป็นคู่แข่งได้ เขาจะถูกหักคอได้อย่างไร ตระกูลหมิงไปหาผู้มีฝีมือจากที่ใดมากัน”
เขาครุ่นคิดอยู่นานและถามว่า “ฉีตงจวิ้นอ๋องมีการเคลื่อนไหวใดหรือไม่”
องครักษ์ชุดดำส่ายหัว “ไม่เลยขอรับ”
หยางชูหัวเราะ “ท่านลุงผู้เป็นญาติของข้าท่านนี้ไม่ได้โง่จนเกินไป เวลานี้ควรเงียบไว้ก่อนยิ่งเขาเคลื่อนไหวมากเท่าใดก็ยิ่งมีโอกาสทำผิดพลาดมากขึ้นเท่านั้น”
“เกิงซานตายมาสิบปีแล้ว” องครักษ์ชุดดำกล่าว “แม้ว่าเราจะพบกระดูก แต่ก็ยากที่จะหาเบาะแสได้ ฉีตงจวิ้นอ๋องจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอันใดเลย”
“ก่อนหน้านี้เหลยหงบอกว่าเรื่องนี้อาจไม่เกี่ยวข้องกับท่านลุง แต่ตอนนี้โครงกระดูกของเกิงซานถูกพบในตระกูลหมิง ข้าคิดว่าเขาคงไม่สามารถตัดความสัมพันธ์กับตระกูลหมิงได้ ตระกูลหมิงยังต้องทำเรื่องบางอย่างให้เขาอยู่”
หยางชูหัวเราะเสียงเย็น “ก่อนหน้านี้ตระกูลหมิงไม่เคยอยู่ในสายตาของข้ามาก่อน แต่ตอนนี้พอมาคิดดูแล้วไม่สามารถละเลยพวกเขาได้จริงๆ การที่พวกเขาสามารถฆ่าเกิงซานได้ แสดงว่าตระกูลหมิงนี้ไม่ธรรมดาเป็นแน่”
“น่าเสียดายที่ฮูหยินสามเสียชีวิตไปแล้ว” องครักษ์ชุดดำกล่าว “ฟังจากที่คุณหนูเจ็ดเล่ามามีแนวโน้มมากที่ตระกูลหมิงจะส่งตัวนางออกไปรับแขก หากนางยังมีชีวิตอยู่ เราคงรู้ความลับของตระกูลนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว”
“ที่นางตายอาจเป็นเพราะว่านางรู้มากเกินไป” หยางชูหยุดพูดรอยยิ้มของเขาหา