รือไม่”
หมิงเวยพยักหน้า “คุณชายหยางเห็นว่าข้าน้อยรู้เรื่องนี้เข้าแล้วจึงกักตัวข้าน้อยไว้ ไม่คิดว่าวันรุ่งขึ้นจะได้รับข่าวว่าตระกูลหมิง…”
“คุณหนูเจ็ด ข้าขอแสดงความเสียใจด้วย” เจี่ยงเหวินเฟิงปลอบโยนนาง
หมิงเวยย่อกายขอบคุณ “ข้าน้อยเข้าใจเจ้าค่ะ ใต้เท้าวางใจเถิด”
นับตั้งแต่พูดคุยกันในช่วงเวลาอันสั้นนี้ความรู้สึกของเจี่ยงเหวินเฟิงที่มีต่อนางได้เปลี่ยนไปจากตอนแรกอยู่มาก
เดิมทีเขาคิดว่านางเป็นสตรีตัวเล็กๆ ที่กล้าหาญ และตั้งใจที่จะล้างแค้นให้กับมารดา แต่การแสดงออกของนางที่ห้องเซ่นไหว้ผู้ตายนั้นได้บอกเขาว่านางไม่เพียงแต่กล้าหาญเท่านั้น แต่ยังฉลาดมากอีกด้วย
เมื่อนางเข้ามาในห้องนี้และพูดสิ่งเหล่านี้กับเขา ทำให้เขารู้ว่าสตรีผู้นี้ไม่ใช่สตรีธรรมดา
นางมองเห็นภูติผี
รู้วิธีควบคุมวิญญาณเร่ร่อน
รู้จักอาวุธวิเศษ
สามารถแยกแยะกระดูกออก แล้วยังรู้วิธีกลั้นลมหายใจอีกด้วย
“คุณหนูเจ็ด…” เขาสรุปข้อมูลเหล่านั้นแล้วถามกลับไปว่า “ท่านเป็นเสวียนชื่อหรือ”
“จะพูดอย่างนั้นก็ได้เจ้าค่ะ” นางไม่คิดที่จะปิดบังเรื่องนี้ ประการแรกต้องเปิดเผยความสามารถของตนเองเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าร่วมได้ ประการที่สองนางเชื่อว่าจะได้รับความไว้วางใจจากเจี่ยงเหวินเฟิง
เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้าแล้วไม่ถามอันใดอีก
เขาไม่เชื่อเรื่องเสวียนหนี่เก็บดวงวิญญาณอะไรนั่น แต่เมื่อมองการกระทำที่ไม่เห็นแก่ตัวของคุณหนูเจ็ดแล้ว การที่นางไม่พูดหมายความว่าคง