ิ่งเงียบไม่พูดอันใด คิดว่าลงมือตัดไฟตั้งแต่ต้นลมก่อนเป็นเรื่องที่ดี เขาชิงเปิดเผยก่อน ใต้เท้าเจี่ยงผู้นี้จะพูดอันใดได้อีกเล่า
แล้วเขาก็ยิ้มเยาะให้หมิงเวย แต่กลับเห็นสีหน้าอันประหลาดใจของนาง
หืม…
“ท่านลุงสองพูดอันใดน่ะเจ้าคะ เรื่องสกปรกภายในครอบครัวจะพูดให้ผู้อื่นฟังได้อย่างไร แม้หลานจะไม่สามารถให้ความเป็นธรรมกับท่านแม่ได้ แต่หลานรู้ดีว่าต้องปกป้องชื่อเสียงของบรรพบุรุษ หลายวันมานี้แม้หลานจะเสียใจจนทานอะไรไม่ลง แต่หลานก็พยายามอดทนกับเรื่องไม่เป็นธรรมพวกนี้ แต่ท่านลุงสองกลับนำเรื่องของท่านแม่มาพูดต่อหน้าผู้คนแล้วอย่างนี้ชื่อเสียงของท่านแม่อยู่ที่ใดกัน แล้วหลังจากนี้หลานจะทำตัวอย่างไรกันเจ้าคะ”
นายท่านสองตกตะลึง “หลาน…หลานไม่ได้จะร้องทุกข์กับใต้เท้าเจี่ยงหรอกหรือ”
หมิงเวยพูดอย่างเฉยเมย “เจ้าค่ะ อันที่จริงหลานตั้งใจร้องทุกข์กับใต้เท้าเจี่ยง แต่เรื่องที่จะร้องทุกข์นี้ หลานร้องทุกข์แทนผู้อื่น”
นางขยับเสื้อผ้าของตนแล้วโค้งคำนับให้เขาอย่างจริงจังอีกครั้ง “ใต้เท้าเจี่ยง ข้าน้อยขอร้องทุกข์ท่าน ไม่ทราบว่าผู้ใดในจวนตระกูลหมิงทำการฆาตกรรม นำวิญญาณพยาบาทมาไว้ในเรือน ส่งเสียงร้องทุกวัน ไปไหนไม่ได้ โปรดใต้เท้าช่วยจัดการกับวิญญาณชั่วร้ายตามหาผู้ร้ายตัวจริง เพื่อปลอบขวัญวิญญาณบนสวรรค์ และคืนความสงบสุขให้กับตระกูลหมิงด้วยเถิดเจ้าค่ะ!”
……………………………………………