การเคลื่อนไหวกะทันหันนั้นทำเอาความปรารถนาของนายท่านหกหายไปจนน่าตกใจ
พอเขาหันหลังกลับไปก็เห็นหมิงเวยที่พังประตูเข้ามา จนเขาเกือบคิดว่าตนเองฝันไป “เสี่ยว เสี่ยวชี”
ฮูหยินสามรู้สึกเย็บวาบไปทั่วร่างเมื่อเห็นบุตรสาวนางก็พูดไม่ออก
ถูกเห็นแล้ว ถูกเสี่ยวชีเห็นเข้าแล้ว…ในหัวของนางส่งเสียงหึ่งๆ สะท้อนสองประโยคนี้อยู่ซ้ำๆ ไปมา
“ดูเหมือนท่านอาหกจะจำหลานได้” หมิงเวยก้าวเข้ามาในห้อง นางมองฮูหยินสามที่อยู่บนโต๊ะบูชาในสภาพเสื้อผ้ายับยุ่ง จากนั้นหันไปมองปิงซินที่ล้มหัวแตกอยู่บนพื้นแล้วความโกรธก็ปะทุขึ้นมาในอกของนาง
สำหรับนางแล้วยิ่งนางโกรธมากเท่าใด ภายนอกนางจะดูนิ่งสงบมากเท่านั้น เวลานี้นางเผยรอยยิ้มแล้วเอ่ยถามราวกับคนไม่รู้ความ “ดึกดื่นเช่นนี้ ท่านอาหกมาที่สวนอวี๋ฟางเพื่อมาขอพรกับเสวียนหนี่เหนียงเหนียงหรือ”
“เอ่อ…” เห็นนางยิ้มเช่นนั้น นายท่านหกรู้สึกสับสนเล็กน้อย
เขายังไม่สร่างเมาเต็มที่ ในภาพจำของเขาหลานสาวคนนี้เป็นเด็กโง่ แม้ว่านางจะสามารถตอบคำถามกับผู้คนได้ แต่นางก็ไม่ต่างจากเด็กสามขวบ
เมื่อเห็นว่าหมิงเวยไม่ได้โกรธแต่กลับยิ้มจึงคิดว่านางเป็นเด็กโง่คนเดิมจึงโพล่งออกไปว่า “อาหกกำลังเล่นกับแม่ของหลาน! เจ้ารีบกลับไปนอนเถอะ”
“หมิงหรง!” ฮูหยินสามอุทานเสียงแหลม
ถูกเสี่ยวชีเห็นขนาดนี้แล้ว เขายังจะหลอกล่อนางให้กลับไปเพื่อที่เขาจะได้สนุกต่องั้นหรือ ทำไมคนผู้นี้ถึงได้หน้าด้านหน้าทนขนาดนี้!
หมิงเวยหัวเราะ