หมิงเวยลุกขึ้นทำความเคารพแล้วตอบคำถาม “จู่ๆ งูตัวนี้ก็ตกลงมา ข้าน้อยตกใจมาก ในมือถือตะเกียบอยู่จึงพุ่งแทงไปข้างหน้า ไม่คิดว่าจะเสียบตรงเข้าพอดี ขออภัยที่รบกวนการสอบสวนคดีของท่าน ขออภัยจริงๆ เจ้าค่ะ”
เหลยหงคิดในใจ เขาเชื่อว่านางมีพิรุธ ท่าทางของนางดูสงบเช่นนี้ แต่บอกว่าตกใจกลัว อย่ามาล้อกันเล่นเลย…
เจี่ยงเหวินเฟิงที่อยู่ด้านนั้นพูดขึ้น “แม่นางไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว งูตัวนั้นถึงแม้จะตายแล้ว แต่ต่อมพิษก็ยังอยู่ ยังสามารถสืบสวนคดีได้ เหลยหง เอางูตัวนั้นมา”
“ขอรับ” เหลยหงดึงตะเกียบออก แล้วนำงูกลับไปที่ห้องโถง
การพิจารณาคดียังคงดำเนินต่อไป แต่เนื่องจากถูกเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ขัดจังหวะ ทุกคนเลยไม่ค่อยมีสมาธิกัน หลายคนรู้สึกจิตใจสับสนราวกับว่าตรงหน้ายังมีเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้เกิดขึ้นอยู่
แม่หญิงนางนั้นเป็นบุตรสาวตระกูลไหนนะ งดงามจนแทบใจหายใจคว่ำ
หมิงเซียงรีบกลับมาและถามอย่างกังวล “พี่เจ็ด ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ งูตัวนั้นกัดท่านหรือเปล่า”
“เสี่ยวชี!” หมิงเฉิงรีบเดินไปข้างหน้า หมิงฮ่าวเองก็ตกใจเช่นกัน ทั้งสามคนยืนล้อมหมิงเวยเอาไว้
“ข้าไม่เป็นอะไร” หมิงเวยยื่นมือที่เรียบเนียนออกแล้วพลิกไปมา “พวกท่านดูสิ ยังดีอยู่ ไม่โดนกัด”
“ขอบคุณสวรรค์” หมิงเซียงรู้สึกเหมือนตนเองโชคดีที่รอดพ้นจากภัยพิบัติ หากพี่เจ็ดเป็นอะไรไป นางคงถูกพ่อตีจนขาหักเป็นแน่…
เมื่อคิดถึงตรงนี้หมิงเซียงก็ตระหนักถึงเรื่องหนึ่งข