โต๊ะข้างๆ ได้อธิบายวิธีการการสืบสวนคดีของเจี่ยงเหวินเฟิงอย่างสมจริงสมจัง
หมิงฮ่าวรับฟังด้วยความรู้สึกสนใจเป็นอย่างยิ่ง “ที่แท้ใต้เท้าเจี่ยงก็เก่งกาจขนาดนี้!”
หมิงเซียงไม่ได้สนใจใต้เท้าเจี่ยงเลยสักนิด แต่จ้องมองไปที่ถนนด้วยความร้อนใจ “ทำไมยังไม่มากันอีกนะ” เพื่อที่จะได้ยลโฉมคนงาม นางสู้เต็มที่!
หมิงเวยคิดว่าหากนางเกิดในสมัยราชวงศ์เว่ย-จิ้น คงได้เห็นนางเป็นหนึ่งในฆาตกรที่สังหารชายหนุ่มรูปงามเป็นแน่…เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนในโรงน้ำชาก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ
ใครมาก่อนมีที่นั่ง ใครมาสายทำได้แค่ยืนใต้หลังคา ทางร้านได้นำม้านั่งเจ็ดแปดตัวออกมาวาง และที่นั่งก็เต็มในชั่วพริบตา
ด้วยวิธีนี้ทำให้มีผู้คนเข้ามาไม่ขาดสาย
พอพบคนรู้จักก็จะเข้ามาทักทาย “พี่ใหญ่ซ่ง ท่านก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ”
อีกฝ่ายหัวเราะ “จะได้พบเจี่ยงชิงเทียนด้วยตาตนเอง ข้าจะไม่มาได้อย่างไร”
“เอ๋” หมิงเซียงในเวลานี้สังเกตได้ว่า “ที่แท้พวกเขามาที่นี่เพราะใต้เท้าเจี่ยงคนนั้นหรอกหรือ เขามีชื่อเสียงขนาดนั้นเลยหรือ”
หมิงเซียงตอบในใจว่า แน่นอนอยู่แล้ว เจ้าคิดว่าทุกคนจะเหมือนเจ้าหรือไงที่สนใจแต่คนงาม
“ท่านยายรออยู่ตรงนี้สักครู่ อีกไม่นานเจี่ยงชิงเทียนก็มาแล้ว” เสียงกังวานของเด็กดังขึ้นจากด้านนอกหน้าต่าง
หมิงเซียงหันไปมอง นางเห็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณเจ็ดถึงแปดขวบเดินมาพร้อมกับหญิงชราตาบอด
“หวา ขนาดตามองไม่เห็นก็ยังต้องการที่จะเดินทางมาดูเลย…” หมิงเซี