ยังสามารถฆ่าได้ทุกเมื่อ
บัณฑิตโต๊ะข้างๆ เมื่อเห็นว่าผู้คนเกิดสงสัยในตัวของผู้ที่ตนถือเป็นแบบอย่างก็ทนไม่ไหว ตะโกนพูดไปว่า “พวกท่านไม่ต้องเดากันหรอก! รถม้าคันนั้นไม่ใช่ของใต้เท้าเจี่ยง แต่เป็นของผู้ที่ร่วมเดินทางมากับใต้เท้าเจี่ยงต่างหาก หลานชายขององค์หญิงหมิงเฉิง คุณชายสามแห่งจวนโป๋หลิงโหว รถคันนั้นต้องเป็นของท่านผู้นั้นแน่ๆ!”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นทุกคนก็เข้าใจขึ้นมาทันที “ที่แท้ก็เป็นคุณชายแห่งจวนโหว ไม่แปลกใจเลย! ”
“ลูกหลานขององค์หญิงหมิงเฉิงหรอกหรือ ในปีนั้นองค์หญิงและพระสวามีต่อสู้ในสนามรบเพื่อแคว้นและประชาชน ไม่คิดเลยว่า…” เสียงทอดถอนใจอย่างผิดหวังกับรุ่นลูกหลาน
มีคนขัดจังหวะ “ท่านเป็นคนในราชวงศ์ เป็นหลานชายของฮ่องเต้ ขบวนไม่ควรยิ่งใหญ่กว่านี้งั้นหรือ หรือว่าขี่ลาเลียนแบบเจ้าไม่ได้เช่นกัน”
แล้วทุกคนก็ส่งเสียงหัวเราะ จริงอยู่ที่องค์หญิงหมิงเฉิงและพระสวามีได้มีส่วนช่วยเหลือแคว้น และเป็นเรื่องธรรมดาที่ลูกหลานจะได้รับความเมตตากรุณา
“ไอหยา หยุดแล้ว!” หมิงเซียงคว้าแขนเสื้อหมิงเวยด้วยความตื่นเต้น ยืดคอมองดูอยู่สักพักก็รู้สึกอารมณ์เสีย “อยู่ไกลเกินไปมองไม่ชัดเลย พี่เจ็ด! พวกเราไปตรงนั้นกันเถอะ!”
หมิงเวยรั้งนางไว้ “ไม่จำเป็นหรอก ข้าว่าคุณชายหยางผู้นั้นไม่ได้คิดจะลงจากรถ”
“ไม่มีทาง”
หมิงเซียงพูดกระซิบพลางมองออกไป พบว่ารถม้าคันนั้นหยุดอยู่ข้างทางไม่มีการเปิดประตู แม้แต่คนขับรถม้าก็ไม่ขยับ