ยงดังมาจากด้านข้างต้นหลิว คิ้วเรียวขมวดขึ้นรู้สึกถึงลางไม่ดี
ตัวฝูคลานเข้ามาหาแล้วจับแขนเสื้อของนางตัวสั่นไม่หยุด “คุณหนู ข้าน้อยเห็นวิญญาณร้ายอีกแล้ว ข้าน้อยกลัวเจ้าค่ะ”
หมิงเวยลูบหัวนางจากนั้นก็นำด้ายแดงกลับมาผูกไว้ที่ข้อมือของนาง “ไม่ต้องกลัว พอสวมเจ้าก็ไม่เห็นมันแล้ว”
ตัวฝูตำหนิตัวเอง “เป็นความผิดของตัวฝูเองเจ้าค่ะ รู้ว่าที่ตรงนั้นมีบางอย่าง มีสีด้วย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตามไป”
หมิงเวยตกใจ “สีงั้นหรือ”
“เจ้าค่ะ” ตัวฝูพยักหน้า “ไม่รู้ว่าเป็นสีแดงหรือว่าสีเหลือง…แต่มันมีสีเจ้าค่ะ”
หมิงเวยขมวดคิ้วแล้วมองไปทางนั้น โลกของหยินหยางควรมีเพียงแค่สีขาวดำเท่านั้นถึงจะถูก มีเพียงสีเลือดยามปีศาจร้ายออกมาเท่านั้น นอกจากนี้หากมีสีก็ต้องเป็นจิตอสูรไม่ก็ญาณชีวิตเท่านั้น จิตอสูรกับสิ่งชั่วร้ายโดยทั่วไปไม่สามารถเข้ากันได้ หรือว่าจะมีจิตอสูรสิงอยู่ในสิ่งชั่วร้ายกัน
……………………………………………………….
[1] ต้นฮวายฉู้ หรือต้นฉัตรจีน มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Styphnolobium japonicum
[2] แผ่นป้ายที่เอาไว้เขียนบันทึกเนื้อหาที่ต้องการจะกราบบังคมทูลของเหล่าขุนนางจีนในสมัยโบราณเมื่อเข้าเฝ้าฮ่องเต้ในพระราชวัง
[3] เครื่องใช้สำหรับในการตีให้จังหวะในการสวดมนต์ของสงฆ์ แต่เดิมมักแกะสลักเป็นรูปปลารวมอยู่ด้วย เพื่อให้พระสงฆ์ได้เอาอย่างปลา เพราะมันไม่เคยหยุดนิ่งเลยแม้กระทั่งเวลานอน ครีบและหางของมันจะโบกสะบัดอยู่เสมอ