แต่ก็มีทักษะแท้จริงอยู่บ้างและก็ยังเดินดาราได้เป็นอย่างดี หมิงเวยเดาว่าคงจะมีเสวียนเหมินบางคนสอนวิชาแก่นางในระหว่างท่องยุทธจักร แต่เรื่องมันจะง่ายดายอย่างที่แม่นางหลิวกล่าวหรือ
นางมองไปยังต้นหลิวริมทะเลสาบ ซึ่งมีเงาสีเทาขาวห้อยอยู่บนต้นด้วยท่าทางประหลาด แม้แต่แสงอาทิตย์ยามเที่ยงก็มิอาจบังรังสีอำมหิตของมันได้
มันคือสิ่งชั่วร้าย
แปลกจริงนี่ไม่ใช่แผนการที่ซับซ้อนอะไร โดยปกติแล้วพวกมีวิชาที่จิตใจคิดคตมักจะใช้เพื่อขู่กรรโชกทรัพย์ พวกเขามิอาจควบคุมปีศาจร้ายได้ พวกเขาเพียงแค่ใช้วัตถุอาคมโบราณเสกเงาขึ้นมาทำให้ผู้คนหวาดกลัวแต่ไม่สามารถทำร้ายผู้คนได้จริงๆ แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือสิ่งชั่วร้ายที่แท้จริง หากมีโอกาสมันก็สามารถฆ่าคนได้
หมิงเวยดึงมือตัวฝูมาและผูกสร้อยข้อมือสีแดงน่าเกลียดที่หมิงเวยถักเมื่อครู่ไว้กับข้อมือของนางพร้อมกับเอ่ยว่า “ตัวฝู เจ้าจงลงไปที่ต้นไม้”
“คุณหนู?” ตัวฝูตกตะลึง
“เจ้ามีโชคและสามารถปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้” หมิงเวยกล่าวตัวฝูมองไปยังฮูหยินสาม
ฮูหยินสามเองก็ประหลาดใจที่จู่ๆ บุตรสาวของนางกล่าวเช่นนี้ แต่มันก็ทำให้นางนึกบางอย่างขึ้นได้
ในตอนนั้นหมอดูตรวจดวงชะตาของตัวฝูได้ทำนายว่านางเป็นหยางบริสุทธิ์ สิ่งชั่วร้ายมิอาจรุกราน ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันมีผู้คนมากมายพบเจอกับภูติผี แต่ตัวฝูกลับไม่เคยเจอเลยสักครา ตอนที่คุณหนูเจ็ดโดนผีหลอก ตัวฝูก็บังเอิญไม่ได้อยู่ข้างกายนางพอดี
“ฟังนางเถอ