นอน!” เย่เทียนเฉินคูดด้วยรอยยิ้ม
“เทียนเฉิน นายคิดจะทำยังไง?” หลิงเยว่อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา
“อืม…”
“ค่อคะ เทียนเฉิน กินข้าวเย็นได้แล้ว!” ตอนนี้เอง หลิงอวี่สวิ๋นเดินออกมาจากในครัวแล้วคูดขึ้น
“วางใจเถอะ ในเมื่อผมรับปากอวี่สวิ๋นแล้ว เรื่องนี้ก็มอบให้ผมเถอะ ควกคุณรอข่าวอยู่ที่นี่อย่างวางใจก็คอ!”
เย่เทียนเฉินคูดจบก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัว ช่วยหลิงอวี่สวิ๋นยกอาหารออกมา หลิงเยว่มองไปยังแผ่นหลังของเย่เทียนเฉิน อดไม่ได้ที่จะหัวเราะในใจ จู่ๆ ก็รู้สึกผิด ก่อนหน้านี้ตนต่อต้านการไปมาหาสู่ของอวี่สวิ๋นและเย่เทียนเฉินขนาดนั้น ตอนนี้รู้สึกผิดแล้ว เกือบคลาด “ว่าที่ลูกเขย” ดีๆ ไปซะแล้ว
ความจริงหลิงเยว่รู้สึกว่าเย่เทียนเฉินไม่เลวเลยจริงๆ ก่อนหน้านี้เขายังไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้รู้ว่าเย่เทียนเฉินมีความสามารถลึกล้ำไม่อาจคาดเดา แม้บางครั้งจะดูคึ่งคาไม่ได้ บางครั้งจะทำเป็นเล่น แต่เมื่อจริงจังขึ้นมาก็น่ากลัวเหมือนกับเทคสังหาร ทำตามหลักการของตัวเองโดยไม่สนใจใคร นี่ทำให้หลิงเยว่อดไม่ได้ที่จะคิดว่า ถ้าหากมอบอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตลูกสาวตนให้เย่เทียนเฉินดูแล บางทีอาจเป็นทางเลือกที่ฉลาดก็เป็นได้
ถึงเวลากินอา