วฉันจะไม่ทำให้ครอบครัวนายลำบาก”
“จะไปด้วยก็ไม่มีปัญหาหรอก ให้เหตุผลมาก่อนสิ?” เย่เทียนเฉินเองก็เอามือทั้งสองไพล่หลัง เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ฉันชื่นชมคนหนุ่มอย่างนายนะ” หวังเฟิงพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
“หือ? โทษที รสนิยมทางเพศของผมปกติ…”
“อืม…”
ประโยคนี้ของเย่เทียนเฉินทำให้หวังเฟิงมีสีหน้าเอือมระอา จ้องมองเย่เทียนเฉินด้วยท่าทีหดหู่ จากนั้นจึงยกมือขวาขึ้น กองกำลังทั้งสามสิบกว่าคนที่ล้อมบ้านเดิมตระกูลเย่ต่างสลายตัวไป รถซีดานสีดำคันหนึ่งขับมาด้านข้าง หวังเฟิงเข้าไปนั่งรอเย่เทียนเฉิน
“หัวหน้าครับ ทำไมไม่จับไอ้หนูนั่นซะ ทำไมต้องให้เกียรติมันขนาดนี้ด้วย?” ทหารที่ขับรถพูดอย่างไม่พอใจ
“จับเขาเหรอ? เกรงว่าพวกแกจะตายอยู่ที่นี่น่ะสิ!” หวังเฟิงพูดก่อนจะส่ายหน้า
“จะเป็นไปได้ยังไง…”
ทหารที่ขับรถคนนั้นยังพูดไม่ทันจบเขาก็มองไปยังมือทั้งสองที่ไพล่อยู่ด้านหลังของหวังเฟิงที่ตอนนี้เพิ่งจะดึงกลับมาด้านหน้า มือทั้งสองบวมเป่งราวกับลูกหมั่นโถวสองลูก ทำให้ทหารที่ขับรถคนนั้นตกใจจนนิ่งงัน สูดหายใจเย็นยะเยือก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นหวังเฟิงได้รับบาดเจ็บขนาดนี้ ที่สำคัญก็คือยังสู้กันไม่ถึง 2 นาที ฝ่ามือตั๊กม้อของหวังเฟิง