ฟยเฟยไว้ ลากเธอถอยไปด้านหลังไม่หยุด ดูเหมือนทุกคนจะเห็นว่ากางเกงของหลีซิ่นเปียกชื้น นั่นไม่ใช่เหงื่อของเขา แต่เขาถูกเย่เทียนเฉินทำให้ตกใจกลัวจนฉี่ราด
“ปล่อยเธอซะ แล้วแกจะได้ตายเร็วสักหน่อย” เย่เทียนเฉินมองไปยังหลีซิ่นแล้วพูดอย่างเย็นชา
“อย่าเข้ามา ไม่งั้นฉันจะฆ่าเธอจริงๆ ด้วย เย่เทียนเฉิน แกรู้หรือเปล่าว่าฉันเป็นใคร? ถ้าแกฆ่าฉัน ตระกูลเย่ทั้งหมดของแกต้องตายเพื่อนฉันแน่” หลีซิ่นตกใจ จับตัวซูเฟยเฟยพลางถอยหลังไปยังประตูใหญ่ของบ้านเดิมตระกูลเย่
“จะฆ่าแก ฉันคนเดียวก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ตระกูลเย่ทั้งตระกูล” เย่เทียนเฉินแย้มยิ้มอย่างเรียบเฉย เดินเข้าหาหลีซิ่น
ตอนนี้เอง ทุกคนในงานต่างตกตะลึงจนปากอ้าตาค้าง พวกเขาคิดไม่ถึงว่าเย่เทียนเฉินจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีความกล้าบ้าบิ่นเช่นนี้ด้วย ต้องการฆ่าหลีซิ่นจริงๆ ไม่ได้พูดเล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ทำตัวเป็นหญ้าบนกำแพงที่ลู่ไหวไปตามลมพวกนั้น และคนที่เดิมทีมองตระกูลเย่ไม่ดี มางานเพื่อดูเรื่องน่าขัน ต่างก็ต้องตื่นตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก ในสมองของเขาปรากฏความคิดขึ้นมาอย่างหนึ่งนั่นก็คือ ทางที่ดีอย่าได้ล่วงเกินเย่เทียนเฉิน สานสัมพันธ์กับตระกูลเย่ให้ดีถึงจะเป็นตัวเลือกที่ฉลาดที่สุด
“ฆ่าฉันงั้นเหรอ? คนที่กล้าฆ่าฉันยังไม่เกิดมาบนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ…ฉัน…อั่ก…”
เสียงร้องดังขึ้น หลีซิ่นทรุดลงกับพื้น เย่เทียนเฉินเห็นว่าซูเฟยเฟยจะล้มจึงรีบดึงเธอมา