ียงคำขอบคุณแล้วครับ” เย่หย่วนซานรับคำพิธีกรกล่าวขึ้นมาอย่างเชื่องช้า
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่งเย่หย่วนซานก็กล่าวต่อไป “อายุ 75 ปีแล้ว นับว่าเหยียบเข้าฝาโลงไปแล้วครึ่งก้าว ดังนั้นหลังจากผ่านงานวันเกิดคราวนี้ไปผมก็คิดจะเกษียณแล้ว และไม่สนใจเรื่องทางโลกโดยอีกเลย จะพักผ่อนใช้เวลาอีกไม่กี่ปีที่เหลือให้ดี ดังนั้นผมขอประกาศ ณ ที่นี้ว่า เรื่องเล็กเรื่องใหญ่ทั้งหมดของตระกูลเย่ในภายภาคหน้าจะขอมอบให้เย่เทียนเฉินหลานชายของผมมีอำนาจตัดสินใจทั้งหมด”
คำพูดนี้ถูกกล่าวออกมา นับเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของใครหลายคนจริงๆ แน่นอนว่าหากคิดให้ละเอียดก็ยังเป็นเรื่องสมเหตุสมผล จะอย่างไรเย่หย่วนซานก็อายุมากแล้ว เคยเป็นคนที่มีตำแหน่งสูงส่ง เพียงแต่น่าเสียดาย หลังจากเขาลงจากตำแหน่ง ตระกูลเย่ก็ไม่มีลูกหลานที่สามารถค้ำจุนตระกูลได้เลย ทำให้ตระกูลเย่ตกต่ำลงในเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่ปีจนกลายเป็นตระกูลชั้นสาม
ตอนนี้ตระกูลเย่มีเย่เทียนเฉินโผล่ออกมาแล้ว ทุกเรื่องที่กระทำตั้งแต่ปลดประจำการกลับมายังเมืองหลวงล้วนกล่าวได้ว่าสั่นสะท้านไปทั่วทุกสารทิศ กระทั่งตระกูลใหญ่เช่นตระกูลฉินและตระกูลลั่วถูกเย่เทียนเฉินฆ่าล้างตระกูลไปแล้วก็ยังไ