ซาน ฟ่านชิงอวี่และซูเฟยเฟยสามคน สองในนั้นเป็นผู้อาวุโสที่มีตำแหน่งใหญ่โต ส่วนซูเฟยเฟยก็เป็นลูกหลานของตระกูลการค้าอันดับหนึ่งในประเทศ ย่อมมีความรู้ความสามารถในหลายเรื่อง และมีความสามารถในการเข้าสังคม จึงผ่อนคลายความกระอักกระอ่วนได้ไม่ยาก เพียงไม่นานก็สามารถพูดคุยแย้มยิ้มกับเย่หย่วนซานและฟ่านชิงอวี่ได้ดี
“มันเป็นเรื่องเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ผมกับซูเทียนเหอปู่ของคุณเคยมีโชคชะตาร่วมกันคราวนี้ทำไมเขาไม่มาหรือครับ?” ฟ่านชิงอวี่เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“อ้อ ช่วงนี้ปู่ของฉันปวดเข่าด้วยโรคชรา เดินค่อนข้างลำบาก ดังนั้นจึงไม่ได้มาค่ะ ท่านบอกว่าเมื่อถึงเวลาจะเชิญผู้อาวุโสเย่และคุณปู่ฟ่านไปทานข้าวด้วยกัน ขอให้รับคำเชิญด้วยนะคะ!” ซูเฟยเฟยตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา
ฟ่านชิงอวี่พยักหน้า เย่หย่วนซานที่อยู่ด้านข้างมองไปยังซูเฟยเฟยวยความชื่นชม หญิงสาวคนนี้ฉลาดมาก พูดจามีหลักการ อีกอย่าง เมื่อกล่าวว่าซูเทียนเหอผู้เป็นปู่ของเธอไม่ได้มา คำพูดนี้ถูกกล่าวมาแล้วจะมากจะน้อยก็ทำให้เจ้าบ้านไม่พอใจ ไม่ว่าคุณจะใช้ เหตุผลอะไรก็ยังให้ความรู้สึกว่าคุณไม่ให้ความสำคัญกับที่นี่ เพียงแต่กลับถูกซูเฟยเฟยพูดจาแก้ไขได้อย่างง่ายดาย โดยเริ่มกล่าว