พียงพอที่จะสู้กับคนของขุนพลระดับทัพฟ้าอย่างเขาได้ ทั้งยังไม่ตกเป็นรองมากเท่าไหร่นัก เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฮยเมี่ยนก็รู้สึกอยากจะทดสอบหวังเจี๋ยดูเสียหน่อยว่าจะแข็งแกร่งมากขนาดไหน พริบตานั้นจึงกำหมัดแน่น พุ่งเข้าไปหาหวังเจี๋ยเช่นเดียวกัน
ตอนนี้เอง อู๋เสวี่ยและชางหลางสบตากัน ลงมือคิดจะหยุดหวังเจี๋ยและเฮยเมี่ยนแทบจะพร้อมกัน นี่ไม่ใช่เรื่องที่ว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาแข่งขันกันโดยสิ้นเชิง อย่างไรเสียเย่เทียนเฉินก็ยังสลบไสลไม่ได้สติ พวกเขามาต่อสู้กันที่นี่ก็ไม่มีความหมายอะไรแม้แต่น้อย
ไหนเลยจะรู้ว่าในตอนที่อู๋เสวี่ยและชางหลางเพิ่งจะเตรียมตัวลงมือก็มีเงาคนเงาหนึ่งพุ่งออกมาจากด้านข้าง รวดเร็วเป็นอย่างมาก มือซ้ายซัดฝ่ามือไปยังหวังเจี๋ย มือขวากำหมัดต่อยไปยังเฮยเมี่ยนจนทั้งสองกระเด็นถอยหลังไป ส่วนตัวเขายืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน มองไปยังหวังเจี๋ยและเฮยเมี่ยนด้วยท่าทีเย็นชา
“เซียนแพทย์เทวะ…”
“จางอีเต๋อ...”
หวังเจี๋ยและเฮยเมี่ยนส่งเสียงเรียกออกมาแทบจะพร้อมกัน พวกเขาคิดไม่ถึงว่าคนที่ทะยานออกมาหยุดพวกเขาสองคนจะเป็นเซียนแพทย์เทวะอย่างจางอีเต๋อ ชายชราลึกลับคนนี้เรียกได้ว่าตามหาไปทั่วทั้งแผ่นด