ฉินมาแล้วครับ!” เฮยเมี่ยนทำวันทยาหัตถ์แล้วพูดอย่างนอบน้อม
“คุณลุง ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงผมแทบตายแล้วล่ะสิ!” เย่เทียนเฉินพูดแล้วหัวเราะฮี่ๆ
ท่านผู้นำกำลังจัดการเอกสาร เงยหน้าขึ้นมองเย่เทียนเฉินแล้วพูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย “นั่งเถอะ ครั้งนี้ไปถิ่นของพรรควรยุทธโบราณมา ได้อะไรกลับมาบ้าง?”
“เรื่องของตงฟางเมิ่งผมจัดการเรียบร้อยแล้ว ทางด้านพรรควรยุทธโบราณ อีกไม่นานอาจจะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ อาจจะมีการนองเลือดเกิดขึ้น แต่นี่ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับผม!” เย่เทียนเฉินพูดอย่างเรียบเฉย
“เรื่องนี้ฉันเองก็ได้รับข้อมูลมาเหมือนกัน เป้ยเหลิ่งสือแห่งพรรคซงซานเป็นคนที่ดูถูกไม่ได้เลย ใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต หลายปีมานี้เพื่อที่จะได้เป็นใหญ่ในยุทธภพก็ก่อเรื่องไปไม่น้อย เจ้าหนู เธอไม่มีความคิดที่จะเป็นผู้นำพันธมิตรแห่งยุทธภพบ้างเหรอ?” ท่านผู้นำเอ่ยถาม
“ผมไม่สนใจหรอก ไม่เกี่ยวอะไรกับผม ผมขอพูดตามตรง ผมอยากจะทำแค่เรื่องของตัวเองเท่านั้น ดังนั้นต่อจากนี้ก็อย่า…”
ไหนเลยจะรู้ว่าคำพูดของเย่เทียนเฉินยังไม่ทันจบก็ถูกผู้นำขัด ดูเหมือนว่าท่านผู้นำจะรู้ว่าเย่เทียนเฉินต้องการพูดอะไรแต่ไม่อยากให้เย่เทียนเฉินพูดออกมาจึงรีบกล่าวว่า
“ครั้งนี้เป็นเรื่องของตระกูลหลิง เฮยเมี่ยนบอกนายแล้วใช่ใหม ไม่มีภารกิจอื่นอีก เพียงแค่จะบอกเธอสักคำเท่านั้น จะมาหรือไม่มาก็เป็นเรื่องของเธอ จะช่วยหรือไม่ช่วยก็เป็นเรื่องของเธอ!”
เย่เทียนเฉินชะงักไปครู