“เพลงกระบี่มารอำมหิตนี้แปลกมากจริงๆ เสี้ยวหย่วนจะไม่กลัวว่าตัวเองจะถูกพลังมารกลืนกินเหรอ?” ตงฟางเมิ่งอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย
“ก็เหมือนกับหลี่ชิวสุ่ยศิษย์พี่ใหญ่ของเธอ ในเมื่อเขาเลือกที่จะฝึกฝนเพลงกระบี่มารอำมหิตแล้ว หากได้รับพลังมารนี้เข้าไปก็จะต้องจ่ายค่าตอบแทนแน่นอน ว่ากันว่าวันที่ฝึกฝนเพลงกระบี่มารอำมหิตก็คือวันที่กลายเป็นมารอย่างแท้จริง ตอนนั้นก็จะไม่ใช่ตัวเขาเองอีกต่อไป กลายเป็นมารโดยสิ้นเชิง นี่ยังน่ากลัวยิ่งกว่าการเข้าสู่ขอบเขตมารของหลี่ชิวสุ่ยมาก!” เถียนปอกวงแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่งแล้วอธิบาย
ตงฟางเมิ่งส่ายหน้า อดไม่ได้ที่จะพูดออกมาอย่างทอดถอนใจ “ท่ามกลางเส้นทางแห่งการบ่มเพาะในอดีต ไม่รู้ว่าจะมีคนตามหาเส้นทางแห่งชีวิตยืนยาวได้หรือไม่ แต่คนที่เดินบนเส้นทางการบ่มเพาะในยุคนี้ก็ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะมีชีวิตยืนยาว ถ้างั้นเพื่อที่จะแสวงหาพลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อที่จะได้รับชื่อเสียงและที่ยืนในสังคม จึงไม่เสียดายที่จะขายวิญญาณของตัวเอง นี่จะมีความหมายอะไรกัน? จะคุ้มค่าหรือ?”
“ยังไงก็มักจะมีคนบ้าคลั่งวิปลาสอยู่จำนวนหนึ่ง ความจริงเส้นทางของทุกคนก็เหมือนกัน สุดท้ายจุดประสงค์ก็คือการมีชีวิตยืนยาว!”
ฟิ้ว!
คำพูดของเถียนปอกวงเพิ่งจะพูดจบเขาก็หายไปจากที่เดิม พุ่งเข้าไปทางเสี้ยวหย่วนด้วยความรวดเร็ว ตอนนี้เขากับตงฟางเมิ่งรู้สึกได้ว่าปราณมารที่ปะทุอยู่บนร่างของเสี้ยวหย่วนร