มีเหลืออยู่อีก
“ที่พรรคเทียนซู่ฉีมีสมบัติกระจกอยู่อันหนึ่ง สามารถคืนสภาพเหตุการณ์บริเวณพื้นที่หนึ่งหนึ่งได้ และมีบางพรรคที่มีเคล็ดวิชาแกะรอยที่ลึกลับ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ลึกล้ำไม่อาจคาดเดา!” ตงฟางเมิ่งเอ่ยปากพูด
“ร้ายกาจ ท่าทางก่อนหน้านี้บนโลกใบนี้จะเป็นโลกของผู้เดินบนเส้นทางการบ่มเพาะอย่างแท้จริง มีผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วน ยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก ต่อให้สืบทอดกันมาหลายพันปีก็ยังเหลือสมบัติลึกลับพวกนี้อยู่ อยากเห็นจริงๆ!” เย่เทียนเฉินพึมพำกับตัวเอง
“ไปเถอะ!” ตงฟางเมิ่งพูดพลางเดินออกไปนอกห้องหิน
“ไปไหน?” เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
“ไม่ใช่วันไหนรีบกลับเมืองหลวงหรือไง? ฉันจะไปส่งนายนอกสุสานโบราณ!” ตงฟางเมิ่งพูดอย่างเรียบเฉย
“งั้นเธอจะไปด้วยกันหรือเปล่า?” เย่เทียนเฉินรู้สึกเป็นห่วงอยู่บ้าง จะอย่างไรหลี่ชิวสุ่ยก็บ้าจนกลายเป็นมารไปแล้ว ความสามารถลึกล้ำไม่อาจคาดเดา ถ้าตงฟางเมิ่งยังอยู่ในสุสานโบราณแห่งนี้คงอันตรายเป็นอย่างยิ่ง
ตงฟางเมิ่งมองเย่เทียนเฉิน ความจริงหากจะบอกว่าเธอไม่มีความรู้สึกอะไรกับผู้ชายคนนี้คงเป็นไปไม่ได้ ทั้งสองผ่านประสบการณ์กันมามากมายขนาดนั้น และยังมีการสัมผัสเนื้อตัวกันแล้วด้วย สำหรับตงฟางเมิ่งที่เป็นผู้หญิงหัวโบราณคนหนึ่ง เรียกได้ว่าเย่เทียนเฉินก็คือผู้ชายของเธอ ย่อมมีความคิดที่ว่าแต่งกับไก่เป็นไก่แต่งกับสุนัขเป็นสุนัข แต่ถ้าให้เธอไปกับเย่เทียนเฉินตงฟางเมิ่งก็ท