าสู่ขอบเขตมาร ผู้หญิงคนนี้บ้าไปแล้ว แบบนี้จะช้าจะเร็วก็ต้องกลายเป็นมารที่แท้จริง!” เถียนปอกวงเอ่ยปาก
พลั่ก!
ในตอนที่เถียนปอกวงเพิ่งจะพูดจบ ตงฟางเมิ่งก็ตบฝ่ามือออกไป พลังภายในไหวกระเพื่อม ไม่เหมือนกับกำลังล้อเล่นหรือทดสอบ เธอใช้พลังภายในของคัมภีร์ดรุณีหยกออกมา ต้องการตบเถียนปอกวงให้ตาย
ตู้ม!
เถียนปอกวงเองก็คิดไม่ถึงว่าตงฟางเมิ่งจะลงมือกะทันหัน ทำได้แค่ซัดฝ่ามือเข้าไปต้านรับ เกิดเสียงดังสนั่น เถียนปอกวงและตงฟางเมิ่งต่างถอยไปคนละก้าว สีหน้าของตงฟางเมิ่งเคร่งเครียด ดวงตาทั้งสองเจือไปด้วยประกายฆ่าฟัน มือเล็กแบบบางคละเคล้าไปด้วยพลังภาย ใน โจมตีไปยังเถียนปอกวงไม่หยุด
เย่เทียนเฉินมองดูจนตกตะลึง ยังไม่ทันมีปฏิกิริยากลับมา เถียนปอกวงกับตงฟางเมิ่งก็สู้กันแล้ว ถ้าพูดถึงความสามารถในการบ่มเพาะ หลังจากที่ตงฟางเมิ่งฝึกฝนเคล็ดวิชาคัมภีร์ดรุณีหยกแล้ว แม้จะยังฝึกไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แต่ก็เรียนรู้ไปมาก ขอบเขตการบ่มเพาะก็เพิ่มขึ้นหนึ่งขั้น มากเพียงพอที่จะสู้สูสีกับหลี่ชิวสุ่ย เพียงแต่หลี่ชิวสุ่ยฝืนเข้าสู่ขอบเขตมารแล้ว ไม่เสียดายที่จะใช้สติรับรู้ของตัวเองไปแลกเปลี่ยน ทำให้ความสามารถของตัวเองยกระดับขึ้นหนึ่งขอบเขต นี่น่าหวาดกลัวมากจริงๆ ดังนั้นจึงทำได้แค่หลีกเลี่ยงในการสู้กับพลังอันแข็งแกร่งของศัตรู มิฉะนั้นตงฟางเมิ่งต้องสู้กับหลี่ชิวสุ่ยแน่
ตอนนี้ทั้งสองมีขอบเขตการบ่มเพาะอยู่ในระดับนักรบจอมราชันขั้นต้นเช่นเ