” ตงฟางเมิ่งแค่นเสียงเย็นแล้วพูดขึ้น
ในตอนนี้เถียนปอกวงชะงักไป สะพายดาบผ่าฟืนในมือไว้ที่หลัง จากนั้นจึงนั่งลงบนเก้าอี้หินด้านข้าง ตอนนี้พวกเย่เทียนเฉินทั้งสามอยู่ในห้องหินแห่งหนึ่งเพื่อซ่อนตัวชั่วคราว ในห้องนี้ นอกจากโต๊ะทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสตัวหนึ่งและเก้าอี้หินก็ไม่มีของอย่างอื่นอยู่อีก
“ฉันเถียนปอกวงเป็นพวกเจ้าชู้ลามก แต่ไม่ใช่ปีศาจที่ฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงที่ฉันฆ่าข่มขืนก็เป็นพวกใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต มีนิสัยเหมือนงูพิษ ถ้าพวกเธอไม่ตาย ฉันคิดว่าคงมีคนบริสุทธิ์จำนวนมากที่ต้องถูกทำร้าย ยิ่งไปกว่านั้น ในหมู่ผู้หญิงที่ฉันข่มขืน ถ้าไม่ใช่พวกโฉดชั่วที่ต้องฆ่าให้ได้ ฉันเถียนปอกวงจะไม่เอาชีวิต พรรคสุสานโบราณของพวกเธอปิดกั้นตัวเองมาโดยตลอด จะเข้าใจเรื่องยุทธภพมากน้อยแค่ไหนกันเชียว? บนโลกใบนี้มีเรื่องมากมายที่ต่อให้ได้เห็นกับตาก็ยังไม่อยากเชื่ออยู่!” เถียนปอกวงพลันมีท่าทีสมเพชและรังเกียจแผ่ออกมา มองไปยังตงฟางเมิ่งและเย่เทียนเฉินแล้วพูดอย่างจริงจังหาใดเปรียบ
…………………………