โถมตัวเข้าหาตงฟางเมิ่ง ตงฟางเมิ่งเองก็คิดจะตัดความรับรู้ของตน เตรียมจะฝืนทะลวงการสกัดจุดชีพจรนั้นเอง พลันมีเสียงหนึ่งดังสนั่น ฝาของโลงศพหินที่อยู่ด้านข้างปลิวกระเด็นออกมาในชั่วพริบตา มีคนคนหนึ่งลุกขึ้นจากด้านใน เถียนปอกวง ตงฟางเมิ่งและหลี่ชิวสุ่ยต่างมองไปด้วยความตื่นตะลึง มีเพียงตงฟางเมิ่งที่เผยสีหน้ายินดีออกมาจนเกือบจะร้องไห้ เมื่อเธอรู้ว่าเย่เทียนเฉินยังไม่ตาย ในใจของเธอก็รู้สึกดีใจจริงๆ
“สหาย ผู้หญิงเตียงคุณแตะต้องไม่ได้ ที่นี่มีผู้หญิงสองคน มีผู้ชายสองคน พวกเราแบ่งกันคนละคนเป็นไง?” เย่เทียนเฉินถือกระบี่เซวียนหยวนอยู่ในมือ มองไปยังเถียนปอกวงแล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“แม่งเอ้ย คิดว่าตัวเองเป็นใคร กล้ามาแอบดูอยู่ในโลงศพ แล้วยังกล้ามาแบ่งผู้หญิงกับฉันเถียนปอกวงอีก รนหาที่ตาย!” เถียนปอกวงตะโกนด่าเย่เทียนเฉิน สวมเข็มขัดที่กางเกงของตนอีกครั้ง มือขวาจับดาบตัดฟืนที่อยู่ด้านข้าง
เย่เทียนเฉินเองก็ชะงักไป จากนั้นจึงมองไปยังหลี่ชิวสุ่ยแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “พี่เถียน เรื่องของผู้ชายกับผู้หญิงต้องมีความยินยอมต่อกันถึงจะดีที่สุด เย็นชาแบบนี้คงไม่มีความรู้สึกใช่หรือเปล่า? คุณดูผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงหินนั่นสิ ถึงจะสวยเหมือนนางฟ้าแต่ไม่มีความหมายอะไรกับพี่เถียนหรอก นิ่งเย็นขนาดนั้น เหมือนกับหมาตายตัวหนึ่ง จะไปสนุกอะไร? ไม่สนุกหรอก แต่คุณดูผู้หญิงคนนั้น ทรวดทรงองค์เอว ทั้งสายตานั้น ทั้งนิสัยไร้ยางอ