น พวกเราจะคุยกันไม่ได้เลยเหรอ?” ตงฟางเมิ่งขยับสมองคิด พูดด้วยสีหน้าอ่อนลง
หลี่ชิวสุ่ยมองตงฟางเมิ่งครู่หนึ่ง ถึงแม้เธอจะรู้ว่าตงฟางเมิ่งจงใจถ่วงเวลา เมื่อเห็นเด็กคนนี้นั่งขัดสมาธิ มือทั้งสองอยู่ในท่าโคจรพลังก็รู้แล้วว่ากำลังขับเคลื่อนพลังภายใน แต่เธอก็ยังหยุดการเคลื่อนไหวของตน เดินไปเบื้องหน้าตงฟางเมิ่งและไม่ได้ลงมือ เนื่องจากหากทำให้ศิษย์น้องเล็กพูดเคล็ดวิชาคัมภีร์ดรุณีหยกออกมาด้วยตัวเองได้ก็จะเป็นการดีที่สุด ถึงแม้โอกาสนี้จะน้อยมากก็ตาม แต่ตอนนี้ขอบเขตการบ่มเพาะของศิษย์น้องเล็กเพิ่มขึ้นจนสามารถสู้กับตนได้หลายร้อยกระบวนท่าแล้ว นั่นเป็นเรื่องที่เป็นปัญหามาก ตัวเธอเองก็ไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าจะฆ่าอีกฝ่ายได้ มิฉะนั้นด้วยนิสัยโหดเหี้ยมของหลี่ชิวสุ่ยคงลงมือไปนานแล้ว คิดว่าเธอเห็นแก่ความสัมพันธ์ของศิษย์ร่วมสำนักหรือ?
“คุย? ถ้างั้นตอนนี้เธอจะท่องเคล็ดวิชาคัมภีร์ดรุณีหยกออกมาเหรอ?” หลี่ชิวสุ่ยถามอย่างเย็นชา
“ศิษย์พี่ใหญ่ เธอก็รู้กฎเกณฑ์ของพรรคสุสานโบราณของพวกเราดี คนที่จะฝึกฝนคัมภีร์ดรุณีหยกได้จะต้องเป็นเจ้าสำนักสุสานโบราณเท่านั้น แน่นอนว่าฉันไม่ได้มีความคิดที่จะเป็นเจ้าสำนัก หวังเพียงว่าจะทำความปรารถนาสุดท้ายของท่านอาจารย์ให้สำเร็จ เลือกผู้เป็นประมุขยุทธภพออกมาคนหนึ่ง ทำให้การฆ่าฟันของพรรควรยุทธโบราณน้อยลงบ้าง ส่วนตำแหน่งเจ้าสำนักของพรรคสุสานโบราณนี้ฉันมอบให้เธอได้ และจะยอมเป็นมือเท้าให้เธอด