ะลองปราบกระบี่เซวียนหยวนก็อย่าได้คิดจะออกไปจากที่นี่ชั่วชีวิต ทำได้เพียงรอความตายเท่านั้น!” ปรมาจารย์กระบี่มองไปที่เย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้นอย่างดุดัน
“ไม่เป็นไร ผมยังหนุ่ม เวลาหลายสิบปียังรอได้ อีกอย่าง ผมค่อยๆ หาวิธีทลายออกไปก็ได้ กลับกัน อยู่ที่นี่ก็ไม่มีอันตรายอะไร!” เย่เทียนเฉินพูดออกมาด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ
ในตอนนี้เอง ปรมาจารย์กระบี่โกรธจนทนไม่ไหว ยกมือขึ้นอยากจะตบเย่เทียนเฉิน เพียงแต่ยกมืออยู่เช่นนั้นครึ่งค่อนวันก็ยังไม่ซัดลงมา ทำเพียงเดินไปนั่งลงข้างเตาหลอม ขมวดคิ้ว ไม่พูดอะไรแม้แต่ประโยคเดียว ราวกับหมดความสนใจกับเย่เทียนเฉินแล้ว!
เย่เทียนเฉินแย้มยิ้มเล็กน้อย ความจริงตอนแรกเริ่มเขายังสงสัยว่าปรมาจารย์กระบี่มีแผนร้ายอะไรอยู่ คิดว่าเป็นผู้อาวุโสที่ดูถูกไม่ได้คนหนึ่ง เขาสร้างกระบี่เซวียนหยวน นี่เป็นความร้ายกาจระดับใดกัน? ทำให้ผู้คนต้องนับถือ เพียงแต่ในระหว่างสนทนา ปรมาจารย์กระบี่พยายามล่อลวงให้เย่เทียนเฉินไปทำการทดสอบปราบกระบี่เซวียนหยวน ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อได้ยินความร้อนรนในคำพูดของปรมาจารย์กระบี่ เย่เทียนเฉินจึงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง หากว่ากันตามเหตุผล ปรมาจารย์กระบี่เป็นเพียงรอยประทับจิตวิญญาณที่อยู่ในกระบี่เซวียนหยวนเท่านั้น จะมีคนปราบกระบี่เซวียนหยวนได้หรือไม่ก็ไม่มีผลกระทบอะไรกับเขา ถ้างั้นทำไมเขาถึงชอบให้มีคนไปปราบกระบี่เซวียนหยวนขนาดนั้น? ในเรื่องนี้จะต้องมีอะไรปิดบังอ