อก็ยังสั่งอย่างเคร่งครัดว่าไม่ให้ลูกศิษย์ของพรรคสุสานโบราณเดินไปเดินมาในพรรคมั่วซั่ว แสดงให้เห็นว่าภายในพรรคสุสานโบราณอาจมีอันตรายอันใหญ่หลวงอะไรอยู่ หรือบางทีอาจจะมีความลับอะไรอยู่ก็เป็นได้
“ในห้องหินนี้ฉันตรวจสอบที่อื่นหมดแล้วยกเว้นโลงศพหินสองโลงนั้น แต่ยังไม่เจอกลไกอะไร ดังนั้นฉันคิดว่าหากต้องการออกไป คงต้องขยับโลงศพหินสองโลงนี้ก่อน!” เย่เทียนเฉินใช้มือลูบลงไปบนโลงศพเบาๆ แล้วกล่าวขึ้น
“ฉันขอเตือนนาย อย่าไปทำอะไรมั่วซั่วจะดีกว่า โลงศพหินในพรรคสุสานโบราณ เดิมทีก็ถูกท่านอาจารย์บรรพบุรุษจัดการจนสะอาดหมดแล้ว ที่เหลือที่ยังไม่ได้จัดการต้องมีอะไรแปลกๆ อยู่ด้านในแน่ อาจจะไม่ใช่อะไรที่ฉันกับนายจะรับมือได้ อย่ารนหาที่ตายเลย!” ตงฟางเมิ่งมองเย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
“อ้อ ฉันรู้แล้ว ท่าทางเธอคงอยากอยู่กับฉันในห้องนี้ไปจนแก่ เธอคิดว่าในห้องนี้ เธอกับฉันจะได้…” เย่เทียนเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันไปมองตงฟางเมิ่งด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ สีหน้าแบบนั้นดูลามกอย่างยิ่ง
“ฉันจะซัดนายให้ตายซะตอนนี้เลย รอก่อนเถอะ…” ตงฟางเมิ่งโกรธจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน อดรนทนไม่ไหว อยากพุ่งเข้าไปกัดเย่เทียนเฉินสักหลายครั้งตอนนี้เลย
เย่เทียนเฉินหมุนตัวไปไม่สนใจตงฟางเมิ่งอีก แอบหัวเราะอยู่ในใจ ต้องจัดการผู้หญิงคนนี้ให้อยู่หมัดเสียหน่อย หากตนไม่พูดแบบนี้ เกรงว่าจะเป็นจะตายตงฟางเมิ่งก็ไม่เห็นด้วยที่ตนจะเคลื่อนย