“ถอยไป อย่า…”
ในตอนที่หลี่ชิวสุ่ยและตงฟางเมิ่งต่างโจมตีถึงขั้นเป็นตายเพื่อจะตัดสินแพ้ชนะนั้นเอง เย่เทียนเฉินที่ยืนอยู่ด้านหลังตงฟางเมิ่งก็ราวกับพบอะไรบางอย่างขึ้นมา ตะโกนใส่ตงฟางเมิ่งเสียงดัง พุ่งเข้าไปหาตงฟางเมิ่งโดยไม่รู้ตัว เขารู้ว่าหากการโจมตีนี้เกิดปะทะเข้ากัน คนที่จะแพ้จะต้องเป็นตงฟางเมิ่งแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นคนที่ตายก็ยังเป็นตงฟางเมิ่งอีกด้วย
เดิมทีกระทั่งเย่เทียนเฉินก็ยังคิดว่าตงฟางเมิ่งฝึกฝนคัมภีร์ดรุณีหยกสำเร็จแล้วจริงๆ ขอบเขตการบ่มเพาะยกระดับขึ้นหลายขั้นในพริบตา มากเพียงพอที่จะต่อสู้กับหลี่ชิวสุ่ย ไม่กลัวการกัดกร่อนของฝ่ามือสลายกระดูกอีก ในตอนที่พวกเธอทั้งสองต่อสู้ดุเดือดกัน 1 ชั่วโมงกว่า ตงฟางเมิ่งที่หันหลังให้เย่เทียนเฉินใช้เคล็ดวิชาของคัมภีร์ดรุณีหยกซึ่งก็คือ “ดรุณีเซียนร่ายรำ” ออกไป ในชั่วขณะนั้นเองเย่เทียนเฉินพลันเบิกตาทั้งสองกว้าง เนื่องจากเขาเห็นว่าแผ่นหลังของตงฟางเมิ่งมีเลือดซึมออกมา ได้รับบาดเจ็บภายในอย่างชัดเจน และไม่ได้เบาๆ ด้วย หากฝืนโจมตีออกไป นั่นย่อมเป็นการฆ่าตัวตายแล้ว
ท่าทางตงฟางเมิ่งจะไม่ได้ฝึกฝนคัมภีร์ดรุณีหยกจนสำเร็จ แต่ในตอนที่เกือบจะสำเร็จ เธอเห็นหลี่ชิวสุ่ยซัดฝ่ามือมายังศีรษะของเย่เทียนเฉินและรู้ว่าเย่เทียนเฉินจะต้องตายแน่แล้วจึงฝืนตัดขาดพลังที่ยังคงอยู่ในการเปลี่ยนแปลง ใช้สภาพที่ลมปราณคัมภีร์ดรุณีหยกเกือบจะสำเร็จไปสู้กับหลี่ชิวสุ่ย เพียงแต่สภาพเช่