ิวสุ่ยต้องสั่นสะท้านจนต้องถอย ส่วนตนก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส
“นายถึงกับสั่นคลอนฝ่ามือสลายกระดูกของฉันได้เลย นายเป็นใครกันแน่?” หลี่ชิวสุ่ยขมวดคิ้ว อดไม่ได้ที่จะเกิดความสนใจที่มาที่ไปของเย่เทียนเฉิน ชายหนุ่มเบื้องหน้าแข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งจนถึงขั้นที่เธอคิดไม่ถึง เกรงว่าไม่เกินสองปีคงเก่งกว่าเธอไปแล้ว
“หากต้องการคัมภีร์ดรุณีหยกก็ฝึกฝนร่วมกับฉันเป็นยังไง?” เขากล่าว มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มชั่วร้าย
บางครั้งก็ทำให้ผู้อื่นไม่อาจไม่นับถือเย่เทียนเฉินจริงๆ มาถึงขั้นนี้แล้ว ความสามารถของหลี่ชิวสุ่ยแข็งแกร่งกว่าเขาอย่างชัดเจน ส่วนตัวเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส หากซัดมาอีกหนึ่งฝ่ามือเย่เทียนเฉินคงต้องตายโดยไม่ต้องสงสัยเลย เมื่อมองดูตงฟางเมิ่ง หากต้องการทะลวงด่านสุดท้ายเพื่อฝึกฝนคัมภีร์ดรุณีหยกให้สำเร็จยังต้องการเวลาอีกเล็กน้อย ส่วนหลี่ชิวสุ่ยหากต้องการให้พวกเขาตายก็ใช้เพียงฝ่ามือเดียวเท่านั้น แต่เขายังสามารถหยอกล้อหลี่ชิวสุ่ยได้ ผู้ชายคนนี้ทำให้หลี่ชิวสุ่ยรู้สึกไม่ธรรมดาจริงๆ นี่ถึงจะเป็นความสุขุมและใจเย็นที่ผู้ชายคนหนึ่งควรจะมี
หลี่ชิวสุ่ยมองเย่เทียนเฉินครั้งหนึ่ง ใบหน้าที่เดิมที่เต็มไปด้วยความโกรธเคือง ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยไอสังหาร ตอนนี้อดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนไป เธอแย้มยิ้มเล็กน้อย แสดงท่าทางงดงามยั่วเย้าออกมา อีกทั้งยังไม่ลืมบิดสะโพกของตนเล็กน้อย มองไปยังเย่เทียนเฉินแล้วพูดอย่างยั่วยวนว่า “นายเป็นผู