ยู่แล้วถึงได้กล้ากลับมาอีก
“ตอนที่ศิษย์พี่ใหญ่ยังอยู่ ฉันยังไม่ได้เข้าร่วมพรรคสุสานโบราณ ตอนนั้นก็มีศิษย์พี่ใหญ่ของพรรคสุสานโบราณอยู่แล้ว เป็นศิษย์ที่มาคำนับอาจารย์เป็นคนแรก ตอนนั้นศิษย์พี่ใหญ่เป็นศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดในหมู่ศิษย์ของพรรคสุสานโบราณ ดูเหมือนทุกคนจะรู้ดี อาจารย์ต้องการรับศิษย์พี่ใหญ่เป็นศิษย์สายตรงและสั่งสอนวิชาคัมภีร์ดรุณีหยกให้เธอ ให้ศิษย์พี่ใหญ่เป็นผู้สืบทอดพรรคสุสานโบราณต่อไป เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ไหนเลยจะรู้ว่า…ในตอนที่ท่านอาจารย์เตรียมจะประกาศรับศิษย์พี่ใหญ่เป็นศิษย์สายตรง กลับพบว่าศิษย์พี่ใหญ่แอบเรียนรู้คัมภีร์ดรุณีหยก ทำให้อาจารย์โกรธ สุดท้ายศิษย์พี่ใหญ่จึงถูกไล่ออกจากพรรค อาจารย์ตรอมใจป่วยไปเดือนกว่า สุดท้ายฉันได้ยินท่านอาจารย์พูดถึง ที่แท้ตั้งแต่แรกเริ่มศิษย์พี่ใหญ่ก็แอบดูท่านอาจารย์ฝึกวิชามา ตลอดแต่ท่านอาจารย์ไม่ว่าเพราะคิดว่าศิษย์พี่ใหญ่เรียนรู้เร็วและต้องการสั่งสอนเคล็ดวิชาให้เธออีกจำนวนหนึ่ง แต่คิดไม่ถึงว่าศิษย์พี่ใหญ่จะกล้าไม่สนใจการสั่งสอนของอาจารย์ แอบขโมยคัมภีร์ดรุณีหยกทำให้อาจารย์ปวดใจมาก!” ตงฟางเมิ่งทอดถอนใจพูดแล้วส่ายหน้า
“พูดแบบนี้ก็คือ ศิษย์พี่ใหญ่ของเธอที่ชื่อหลี่ชิวสุ่ยมีฝีมือเหนือกว่าเธอเหรอ?” เย่เทียนเฉินมองตงฟางเมิ่งแล้วถามขึ้น
“แข็งแกร่งมากวิชาที่เธอฝึกเป็นวิชาที่โหดเหี้ยมดุดันที่สุดของพรรคเราชื่อว่าฝ่ามือสลายกระดูก!” ตงฟางเมิ่งพูด อดไม่ได้