ของเธอชี้มาที่หว่างคิ้วของเย่เทียนเฉิน กระบี่ทิ่มเข้ามาบริเวณหน้าผากของเย่เทียนเฉินทีละนิด มีเลือดไหลออกมา เย่เทียนเฉินหลับตา เข้าใจตระหนักรู้เล็กน้อย
ในตอนที่เย่เทียนเฉินลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทั่วทั้งพระราชวังก็ไม่มีอะไรอยู่เลย ไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเด็กสาวที่ฟาดฟันกระบี่โจมตีมาทั้งห้าคน บาดแผลบนร่างของตน หรือบาดแผลบนร่างของตงฟางเมิ่ง ล้วนหายไปนานแล้ว ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างไรอย่างนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตา
“สามารถทำให้ผู้คนแยกแยะไม่ออกว่าเป็นความจริงหรือภาพลวงตา คนที่สามารถทำได้ถึงขั้นนี้ เกรงว่าต่อให้เป็นผู้มีพลังพิเศษที่ใช้เคล็ดวิชาลวงตาที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังยากจะทำได้….” เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะกล่าวชม
ที่แท้ในตอนที่เย่เทียนเฉินคิดว่าเขาและตงฟางเมิ่งต้องตายแน่นอน และใช้มือเช็ดแก้มของตนนั้น เขาถึงได้พบว่าไม่มีเลือดอยู่ ทั้งๆ ที่ถูกกระบี่ทิ่มแทงมากมายขนาดนี้ แต่กลับไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ แปลกเป็นอย่างมาก พลันต้องตื่นตะลึงไป เย่เทียนเฉินเข้าใจกระจ่างแล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตา เพียงแต่อยู่ในสภาพที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกสมจริงอย่างหาใดเปรียบ เขาคิดไม่ถึงว่าผู้ก่อตั้งพรรคสุสานโบราณ นอกจากจะสร้างคัมภีร์ดรุณีหยกอันเลิศล้ำขึ้นมาแล้ว ยังมีความเข้าใจในเคล็ดวิชาลวงตาอย่างแข็งแกร่งเพียงนี้ นี่จะร้ายกาจขนาดไหนกันแน่?
ทุกสิ่งทุกอ