เร้าพลังการสู้รบไปจนถึงขอบเขตสูงสุดในพริบตา พุ่งตัวไปเบื้องหน้าตงฟางเมิ่งอย่างรวดเร็วประดุจสายฟ้า ใช้มือโอบกอดตงฟางเมิ่งเข้ามาแล้วพลิกตัวหลายครั้ง มุ่งไปด้านข้างประตูหิน แต่ตอนนี้เอง ประตูหินตกลงมาจนเหลือช่องเพียงนิดเดียว นอกจากจะพลิกตัวกลิ้งเข้าไปก็ไม่มีวิธีอื่นเข้าไปได้อีก เย่เทียนเฉินไม่ลังเล กอดตงฟางเมิ่งแน่นแล้วหมุนตัวกลิ้งเข้าไปในประตูใหญ่
ตู้ม!
เสียงหนึ่งดังสนั่น ประตูหินปิดสนิท ด้านนอกมีเสียงกำแพงหินสองฝั่งประกบเข้าด้วยกันดังแว่วมา เป็นวิกฤตที่อันตรายอย่างยิ่งยวดจริงๆ อีกนิดเดียวเย่เทียนเฉินกับตงฟางเมิ่งก็จะถูกบดขยี้เป็นเศษเนื้อแล้ว แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ในพริบตาที่เย่เทียนเฉินกลิ้งเข้ามา มือขวาของเขายังถูกประตูหินที่หนักนับพันจินร่วงลงมาทับเฉียดๆ เพียงแต่ไม่ร้ายแรงมาก แค่หนังถลอกเท่านั้น มีเลือดออกเล็กน้อย ทำให้แขนเสื้อเปื้อนไปด้วยเลือด
เย่เทียนเฉินกอดตงฟางเมิ่งเอาไว้ ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย เขายังกลิ้งเข้ามาในประตูได้ทัน อย่างน้อยประตูนี้ก็สูงประมาณ 5 เมตรและกว้างประมาณ 5 เมตร เห็นได้ว่าห้องด้านในใหญ่ขนาดไหน แต่ในตอนที่เย่เทียนเฉินโอบกอดตงฟางเมิ่งกลิ้งตัวเข้ามาแล้ว กลับพบว่าด้านในล้วนเป็นความมืดมิด ไม่มีแสงสว่าง ทำให้เขารู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง ในห้องเห็นเล็กๆ พวกนั้นมีไข่มุกราตรีส่องสว่าง แต่ในห้องใหญ่เช่นนี้ หากว่ากันตามเหตุผลควรจะสำคัญยิ่งกว่าห้องเล็กๆ เหล่านั้นถึงจะถ