ยู่ว่างๆ ไม่ว่าดีดันหาเรื่องใส่ตัว ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับตงฟางเมิ่งแท้ๆ แค่รู้สึกสนใจพรรควรยุทธโบราณก็เท่านั้น
อย่างไรก็ตามเย่เทียนเฉินไม่ใช่คนยอมแพ้ง่ายๆ ในความคิดของเขาไม่มีคำว่า “ยอมแพ้” ยิ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายเขาก็ยิ่งชอบ ดังนั้นเย่เทียนเฉินจึงยังคงแบกตงฟางเมิ่งไว้บนหลังแล้วเดินไปในห้องลับที่ถูกทำสัญลักษณ์สีแดงด้านขวา พบว่าบนก้อนหินที่วางขวางอยู่หน้าห้องลับมีตราประทับสีแดงอยู่ เย่เทียนเฉินมองตาประทับสีแดงด้านบน คิดว่าคงมีมาหลายปีแล้วจนเริ่มเปลี่ยนสีไปช้าๆ สีแดงด้านบนไม่มีรอยจาง คงจะไม่เคยมีใครเข้าไปเลย กฎเกณฑ์ของพรรคสุสานโบราณเคร่งครัดมากจริงๆ ต่อให้ปัจจุบันพรรคจะเหลือตงฟางเมิ่งเพียงคนเดียว เธอก็ยังไม่ยอมเข้าไป รักษากฎของพรรคสุสานโบราณอย่างเข้มงวด นี่นับเป็นความเคารพที่มีต่อผู้ก่อตั้ง
“เพื่อช่วยเหลือลูกศิษย์ของพรรคสุสานโบราณของพวกคุณ ผมคงต้องขอล่วงเกินแล้ว!” เย่เทียนเฉินคิดในใจ
มือขวาจับประตูหินค่อยๆ ออกแรงขยับตราประทับสีแดงที่ถูกผนึกอยู่บนประตู ในขณะเดียวกันก็เอียงตัวไปไปด้านข้าง ดึงประตูหินหนักๆ ออกมา เพราะกลัวว่าจะมีกลไกอาวุธลับอะไรอยู่เย่เทียนเฉินจึงกางโล่พลังพิเศษนานแล้ว สามารถป้องกันได้ทุกเมื่อ ประตูหินนี้หนักมาก อย่างน้อยก็หนักหลาย 100 จิน เย่เทียนเฉินดึงออกมาด้วยมือข้างเดียวจึงรู้สึกกินแรงอยู่บ้าง ในพรรคสุสานโบราณมีของที่ทำให้ประหลาดใจอยู่มากจริงๆ
เสียงครืนดังขึ้น เย