าของพรรคสุสานโบราณ นายเป็นอะไรกับตงฟางเมิ่ง?” ชิงเฉิงเยว่มองเย่เทียนเฉินแล้วถามอย่างเย็นชา
“เธอเดาดูสิ!” เย่เทียนเฉินพูดหยอกล้อ
“นายเป็นแฟนตงฟางเมิ่งเหรอ? ไม่น่าใช่ ถ้านายเป็นแฟนของเธอ เธอคงฝึกวิชาคัมภีร์ดรุณีหยกไปจนถึงขั้นสุดท้ายแล้ว!” ชิงเฉิงเยว่เดาจริงๆ จากนั้นจึงส่ายหัว ถ้าตงฟางเมิ่งมีแฟนก็ควรจะฝึกวิชาคัมภีร์ดรุณีหยกไปถึงขั้นสุดท้ายแล้ว หากตนต้องการเอาชนะเธอคงไม่ง่ายขนาดนั้น
เย่เทียนเฉินมองชิงเฉิงเยว่ ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขารู้สึกอยู่สองอย่างคือ งดงามและแข็งแกร่ง! เมื่อเห็นชิงเฉิงเยว่คาดเดาอย่างไร้สาระขึ้นมาจริงๆ เย่เทียนเฉินก็หัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์แล้วพูดขึ้นว่า “ทำไมความคิดของเธอถึงได้ชั่วร้ายแบบนี้? ระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายจะต้องมีแต่เรื่องแบบนั้นเหรอ? ถ้างั้นหากตอนนี้ฉันเป็นแฟนกัน ต้องไปเปิดห้องหรือเปล่า?”
“นาย…”
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉิน ชิงเฉิงเยว่พลันโกรธจนหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวขาว เธอก็เหมือนกับตงฟางเมิ่งที่เป็นศิษย์ของพรรควรยุทธโบราณ พรรควรยุทธโบราณส่วนใหญ่เลือกที่จะปิดซ่อนตัวตน ไม่ได้จะกล่าวว่าไม่อนุญาตให้ชายหญิงไปมาหาสู่กัน แต่ศิษย์ของพรรควรยุทธโบราณรุ่นเยาว์แบบพวกเธอ ปกติอายุเท่านี้ยังคงเห็นเรื่องการฝึกฝนเป็นสำคัญ เพิ่มความสามารถของตนถึงจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด มีโอกาสคิดถึงเรื่องส่วนตัวระหว่างหญิงชายน้อยมาก รวมกับที่คนที่ได้พบก็มีไม่มาก โดยปกติจึงเสียเวลาอยู่บ้าง
โดยเ