สู่พื้นอย่างแรง กระบี่หงษ์หยกที่อยู่ในมือขวาถูกปักลงกับพื้น ค้ำยันร่างกายของตนไว้ การประลองครั้งนี้เธอแพ้แล้ว
ในตอนที่ตงฟางเมิ่งรู้สึกว่าตนเกือบจะล้มลงไปนั้น ก็เหมือนกับที่ชิงเฉิงเยว่พูด เธอพยายามปรับลมหายใจ เตรียมสู้เป็นตายกับชิงเฉิงเยว่อีกครั้ง
“เธอแข็งแกร่งมาก ยังฝึกเคล็ดวิชาพลังภายในไม่สมบูรณ์ก็ทำให้ฉันบาดเจ็บจนถึงขั้นนี้แล้ว ดูถูกไม่ได้เลยจริงๆ!” ชิงเฉิงเยว่พูดอย่างจริงจัง
ประโยคนี้ชิงเฉิงเยว่ไม่ได้พูดถ่อมตัวและไม่ได้เสียดสีที่ตงฟางเมิ่งพ่ายแพ้ แต่พูดออกมาจากใจ เธอรู้ว่าตงฟางเมิ่งยังฝึกคัมภีร์ดรุณีหยกไม่สมบูรณ์ ดังนั้นพลังภายในจึงสู้เธอไม่ได้ แต่ในด้านเคล็ดวิชาและเพลงกระบี่ ตงฟางเมิ่งไม่อ่อนแอไปกว่าเธอเลย
ขอเพียงให้เวลาตงฟางเมิ่งอีกเล็กน้อย เธอจะต้องแซงหน้าตนได้แน่ ในช่วงหลายปีมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ชิงเฉิงเยว่รู้สึกกดดัน และไม่ใช่แรงกดดันน้อยๆ ด้วย
“หากฉันยังไม่ตาย การต่อสู้ระหว่างพวกเรายังไม่รู้ผล!”
ตงฟางเมิ่งสีหน้าขาวซีด มุมปากมีเลือดไหลออกมา มือขวาที่จับด้ามกระบี่หงษ์หยกอยู่สั่นเล็กน้อย เพียงแต่สายตากลับหนักแน่นมั่นคงหาใดเปรียบ ให้ความรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่อาจดูถูกได้
………………