”
ฟิ้ว!
ชิงเฉิงเยว่หายไปในพริบตา ตงฟางเมิ่งตื่นตะลึง จนกระทั่งเมื่อเธอหันมาก็พบว่าไม่ทันแล้ว ชิงเฉิงเยว่ทะยานไปถึงเบื้องหน้าเซี่ยอวี่เหอและเทียนซวงเอ๋อร์แล้ว ฝ่ามือทั้งสองซัดไปยังพวกเธอพร้อมกัน
“อย่า…”
ตู้ม!
ตู้ม!
เสียงสองเสียงดังสนั่น เทียนซวงเอ๋อร์และเซี่ยอวี่เหอไม่ได้ถูกซัดจนกระเด็นออกไปตาย แต่ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนั้นมีคนในชุดสีดำที่ปกปิดใบหน้าสองคนปรากฏตัวขึ้นมา ขวางฝ่ามือทั้งสองของชิงเฉิงเยว่เอาไว้พร้อมกัน แม้จะเป็นเช่นนี้ แต่คนในชุดสีดำทั้งสองก็เกือบจะถูกซัดจนปลิว ในตอนที่ชิงเฉิงเยว่ถอยหลังไป คนในชุดสีดำที่ปกปิดใบหน้าทั้งสองก็พาเซี่ยอวี่เหอและเทียนซวงเอ๋อร์หนีไปแล้ว
“หึ พรรคมีดบินและพรรคเทียนซู่ฉีมีคนรอรับอยู่แล้ว พวกเขาคงไม่มองศิษย์อันยอดเยี่ยมของพรรคตัวเองตายไปแบบนี้แน่ ถ้างั้นพรรคสุสานโบราณของเธอล่ะ? ทั้งพรรคสุสานโบราณเหลือเธอแค่คนเดียว คงไม่มีคนมาช่วยเธอหรอก? คนตระกูลตงฟางของเธอจะมาช่วยหรือเปล่า?” ชิงเฉิงเยว่แค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง หันไปมองตงฟางเมิ่งแล้วเอ่ยถาม
“พวกเธอหนีไปได้ก็ดีแล้ว ต่อไปเธอกับฉันก็วางมือเถอะ!” ทันใดนั้นแววตาของตงฟางเมิ่งแปรเปลี่ยนไปกระจ่างใส ลมปราณเช่นนั้นไม่เหมือนกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บมาก่อน แข็งแกร่งมากกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก ทำให้ผู้คนยากจะเชื่อ