ว่ยเคอให้รู้จักกันสักหน่อยไหม?” ชางหลางถามยิ้มๆ
“ไม่ต้องหรอกครับ ตัวหลักในครั้งนี้มีผมกับคุณสองคน ส่วนที่เหลือพี่หลัวจะสนับสนุนอยู่เบื้องหลังพวกเรา” เย่เทียนเฉินดึงกระดาษทิชชูมาเช็ดมือแล้วพูดขึ้น
“ได้!”
ชางหลางพยักหน้า นับวันเขายิ่งรู้สึกว่าเย่เทียนเฉินลึกล้ำไม่อาจหยั่งถึงขึ้นเรื่อยๆ ในยามปกติจะรู้สึกเรื่อยเฉื่อยไปบ้าง กระทั่งรู้สึกไม่เอาไหน แต่เมื่อทำเรื่องบางอย่างขึ้นมากลับมีตรรกะ มีความกล้าที่จะก้าวไปเบื้องหน้าตรงๆ ไม่ว่าเบื้องหน้าจะมีใครอยู่ หรือจะมีอันตรายอะไรอยู่ แต่ก็ยังก้าวไปด้านหน้า
“งั้นก็ดี พวกเราไปหยิบอาวุธกัน เผื่อเอาไว้ในกรณีที่มีการต่อสู้ครั้งใหญ่!” หลัวเหว่ยเคอเอ่ยปากพูด
“ผมต้องการแค่มีดเล่มหนึ่งเท่านั้น!” เย่เทียนเฉินพูด
“นี่…ได้ครับ!” หลัวเหว่ยเคอแปลกใจ จากนั้นจึงพยักหน้า ชายหนุ่มคนนี้มีความสามารถลึกล้ำจนเขาเองก็มองไม่ออก แต่กลับมีความเชื่อใจมาก เชื่อใจว่าเย่เทียนเฉินจะสามารถจัดการเรื่องในครั้งนี้ได้
เวลาประมาณห้าทุ่ม เย่เทียนเฉิน ชางหลางและหลัวเหว่ยเคอขับรถที่ใช้าำหรับบนเขาคันหนึ่งออกไปจากเมืองชายแดน มุ่งหน้าตรงไปที่ป่าหมอกดำ ถ้าหากมีคนรู้เข้าว่าสามคนนี้ไปป่าดึกดำบรรพ์กลางดึกจะต้องตกใจอย่างแน่นอน ต้องทราบว่าภายในป่าหมอกดำ ไม่เพียงแต่จะมีสัตว์ดุร้ายและอันตรายที่ยังไม่รู้อีกจำนวนมาก อีกทั้งเนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่มีลักษณะเฉพาะ เส้นทางขรุขระง่ายที่จะทำให้หลงทาง ถ้