อะไร ฉันจะทำให้เธอกินเอง ดีไหม?” ไม่รู้ว่าฉีหรูเสวี่ยเข้าไปในห้องครัวตั้งแต่เมื่อไร จนกระทั่งเธอเดินออกมาในมือก็ถือมีดเล่มหนึ่งมาด้วย ยิ้มพูดกับเย่เทียนเฉิน
เย่เทียนเฉินตกตะลึง ในตอนนี้ฉีหรูเสวี่ยถือมีดเดินออกมา ถึงแม้จะยิ้มหวานมองมาที่ตน แต่เมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับอลิซเมื่อคืน ปฏิกริยาอันรุนแรงที่เป็นเรื่องปกติในยามเช้าของผู้ชายของเย่เทียนเฉินก็พลันอ่อนลง ถ้าถูกฉีหรูเสวี่ยรู้เข้า เกรงว่าของสิ่งนี้จะรักษาไว้ไม่ได้จริงๆ แล้ว คงมีอันตรายที่จะถูกตัดไปแน่นอน
“เอ่อ…อะ อะไรก็ได้ กินอะไรก็ได้ทั้งนั้น เธอทำอาหารได้ไม่เลวเลย!” อาจเป็นเพราะเย่เทียนเฉินหวาดกลัวอยู่ในใจจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มชมฉีหรูเสวี่ยออกไป
“จริงเหรอ งั้นฉันทำบะหมี่ผัดซอสก็แล้วกัน นายชอบกินที่สุดแล้ว ฉันเรียนกับคุณน้านานมากเลย!” ฉีหรูเสวี่ยมีความสุขมาก นานขนาดไหนแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เย่เทียนเฉินชมเธอ
“ดี มะ ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา!” เย่เทียนเฉินหัวเราะแล้วพูดขึ้น
“ชิ บะหมี่ผัดซอสมีอะไรน่ากินกัน เทียนเฉิน เช้านี้ฉันตั้งใจทำสปาเก็ตตี้ให้เธอ รับประกันได้เลยว่าอร่อยกว่าบะหมี่ผัดซอสเป็นสิบเท่า!”
ตอนนี้เองอลิซก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ สวมชุดนอนเซ็กซี่ทั้งร่างเดินลงมาจากชั้นบนและยังจงใจยืดอกอันอุดมสมบูรณ์ของตนอีกด้วย ดูเหมือนจะต้องการส่งสัญญาณให้เย่เทียนเฉินอีกครั้ง ทำให้เย่เทียนเฉินรู้สึกมีเหงื่อเย็นๆ ไหลซึมออกมา ในใจก็คิดว่า ทำไมเม