ฉีหรูเสวี่ยครั้งหนึ่งแล้วพูดขึ้น
“เข้าไปเถอะ เริ่มกินข้าวได้แล้ว!” หลัวเยี่ยนพูดด้วยรอยยิ้ม
ในใจของหลัวเยี่ยนไม่ได้ตำหนิอะไรเย่เทียนเฉิน แต่เธอเป็นห่วงเย่เทียนเฉินจึงมารออยู่ที่ประตู เธอเพียงต้องการเห็นลูกชายกลับมาอย่างปลอดภัยก็เท่านั้น เมื่อเห็นลูกชายกลับมาอย่างปลอดภัยแล้วเธอจึงวางใจได้
เย่เทียนเฉินทำหน้าทะเล้นไปทางเย่เชี่ยนเหวินผู้เป็นน้องและฉีหรูเสวี่ย เขารู้ว่าเจ้าเด็กทั้งสองคนนี้คิดจะบ่นเขาก่อน จากนั้นก็ให้หลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่มาตำหนิเขา เย่เทียนเฉินไม่สามารถขัดแม่ได้เพราะเขาเป็นลูกที่กตัญญูคนหนึ่ง แต่กลับคิดไม่ถึงว่าหลัวเยี่ยนจะไม่ได้พูดอะไร ทำให้เย่เชี่ยนเหวินและฉีหรูเสวี่ยโกรธจนมองเย่เทียนเฉินอย่างดุดันไปหลายครั้ง
บนโต๊ะอาหาร เย่เทียนเฉินยังคงกินดื่มอย่างตะกละตะกลามเหมือนที่ทำมาโดยตลอด ไม่กล่าวไม่ได้ว่าฝีมือการทำอาหารของหลัวเยี่ยนและฉีหรูเสวี่ยดีมากจริงๆ อาหารแต่ละอย่างทำได้ไม่เลวเลย
เมื่อกินอาหารเสร็จแล้วเย่เทียนเฉินก็รู้สึกพึงพอใจมาก เรอออกมาแล้วนอนลงบนโซฟา ฟังเพลงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม วันเวลาแบบนี้ทำให้รู้สึกชุมชื่นหัวใจจริงๆ
“พี่ หลายวันมานี้พี่ไปเล่นที่ไหนมา? ทำไมไม่พาหนูไปด้วย!” เย่เชี่ยนเหวินนั่งลงด้านข้าง ดึงแขนของเย่เทียนเฉินแล้วถามด้วยรอยยิ้ม
“ทำแบบนี้ให้มันในน้อยๆ หน่อยเถอะ เด็กอย่างเธอคิดจะมาเลียนแบบพี่ชายมันยังเร็วเกินไป ไปทำการบ้านเถอะ อีกซักพักพี่จะขึ้นไปตรวจ”