กปลาเฟิ่งจี้ย่างดอกเหมยที่ทำด้วยตัวเองไปที่ห้องโถง
แสงอาทิตย์บนท้องฟ้ามืดครึ้ม เหยี่ยวตัวใหญ่บินเข้ามา ยังตำหนักที่มีกองทหารยืนเรียง จวนจูก้าวเดินไปเบื้องหน้าอย่างมั่นคง
ก้อนเมฆถูกอำนาจของเหยี่ยวที่บินมาทำให้ตกใจจนหลบออกไป อ๋องเหลียวถูกกลิ่นหอมของอาหารในมือจวนจูดึงดูด สูดจมูกฟุดฟิดโน้มตัวไปด้านหน้า เขาเห็นแต่อาหารไม่เห็นจวนจู
อาหารจานนั้นเรียกว่าปลาเฟิ่งจี้ย่างดอกเหมย ปลาเฟิ่งจี้ เป็นปลาที่มีหางเหมือนหงส์ จะปรากฏออกมาในตอนที่น้ำในทะเลสาบร้อนเท่านั้น ส่วนการย่างจะใช้กิ่งไม้จากต้นเหมยในฤดูหนาวมาย่างปลาเฟิ่งจี้ที่มีหางเหมือนหงส์ท่ามกลาง ฤดูร้อนบริเวณทะเลสาบ
เหยี่ยวที่บินมาเห็นตำหนักลางๆ แล้ว ทันใดนั้นท้องฟ้าพลันมืดครึ้มลง จวนจูเดินมาถึงเบื้องหน้าอ๋องเหลียว นำอาหารไปวางไว้บนโต๊ะทรงพระอักษร โคมไฟภายในตำหนักยังคงติดอยู่ ทว่าเมฆครึ้มบนฟ้าสลายไป เหยี่ยวตัวใหญ่สยายปีก อ๋องเหลียวกลืนน้ำลาย มองไปยังอาหารเลิศรสด้านหน้า
จวนจู กำลังใช้มือแบ่งปลาอย่างมั่นคง ตามมาด้วยเสียงดันสนั่นฟ้า เหยี่ยวตัวใหญ่บินโฉบลงมาในตำหนัก
อ๋องเหลียวพลันสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่หนาวเข้ากระดูกทิ่มแทงออกมาจากท้องปลา เขาถูกทำให้ตกใจจนนิ่งไปแล้ว
กระบี่อวี๋ฉางถูกนำออกจากฝัก(ท้องปลา) มันอิงแอบอยู่ในมือของจวนจูอย่างมั่นคง พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เหล็กสองคมของทหารที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีสองเล่มถูกชักออกมาขวางไว้เบื้องหน้า กระบี่อวี