าไปแค่ไม่กี่คน นอกจากนี้การล่มสลายของตระกูลโอวหยางก็ไม่ใช่เรื่องที่กลุ่มสิบสามจ้าวสวรรค์ของพวกเรากระทำทั้งหมด แต่เป็นการลงมือของรัฐบาล ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกแกแม้แต่นิดเดียวละมั้ง?” อู๋เสวี่ยพูดด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน
“สวัสดิการของทุกคนในกลุ่มสิบสามจ้าวสวรรค์เท่าเทียมกัน พวกแกสร้างผลงานในการต่อสู้กับตระกูลเซวียนเยวี๋ยน พวกเราจะได้รับเงินเดือนเพิ่มอีกหนึ่งเดือน ส่วนเรื่องอื่นไม่ต้องคิดแล้ว ไสหัวไปเถอะ!” หวังเจี๋ยพูดอย่างไม่สบอารมณ์
มาถึงตอนนี้ทุกคนล้วนฉีกหน้ากันหมดแล้ว ในเมื่อสองพี่น้องจางเหลยและจางต๋าพูดถึงเรื่องเงินทอง อู๋เสวี่ยและหวังเจี๋ยก็จะพูดกับพวกเขาเสียให้พอ พูดด้วยความจริง คนแบบนี้ พวกเขาไม่เห็นเป็นพี่น้องนานแล้ว
“พวกแก…”
จางเหลยและจางต๋าโกรธจนหน้าเขียวคล้ำโดยพลัน คิดไม่ถึงว่าอู๋เสวี่ยและหวังเจี๋ยสองคนนี้จะเล่นด้วยไม่ง่ายเลย หลังจากแตกหักกันโดยสิ้นเชิงแล้วก็ไม่อาจหาเรื่องได้ง่ายๆ
“พวกแกสองคนเป็นผู้นำในการสร้างความวุ่นวาย ฝ่าฝืนจุดมุ่งหมายที่ต้องการให้กลุ่มสิบสามจ้าวสวรรค์มีความสามัคคีกัน ดังนั้นตอนนี้ไม่ใช่ว่าพวกแกต้องการไปด้วยตัวเอง แต่เป็นพวกเราที่ไล่พวกแกสองพี่น้องออก ตอนนี้พี่ใหญ่ไม่อยู่ จากการปรึกษากันของฉันและหวังเจี๋ยที่เป็นรองหัวหน้ากลุ่มจ้าวสวรรค์ พวกแกไปซะเถอะ!” อู๋เสวี่ยพูดอย่างหนักแน่น
ไม่ว่าใครก็คิดไม่ถึงว่า หวังเจี๋ยและอู๋เสวี่ยที่ตอนแรกยังเกรงอกเกรงใจอยู่มาก ให้ควา