สะท้าน และรีบตามเข้ามา ในตอนที่เห็นเย่เทียนเฉินผู้เป็นพี่ใหญ่ แขนทั้งสองมีเลือดไหลออกมาจนแทบจะใช้การไม่ได้ ทั้งสามก็สูดหายใจเย็นยะเยือก จินตนาการได้เลยว่าเย่เทียนเฉินผ่านการต่อสู้สะเทือนฟ้าอย่างไรมา
“พี่ใหญ่…คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?” อู๋เสวี่ยได้สติกลับมา จึงเอ่ยถามออกมาอย่างตื่นตกใจ
“ไม่เป็นไร!” เย่เทียนเฉินพูดอย่างเรียบเฉย มองไปยังร่างกายที่กำลังนั่งอยู่ของอาชูร่า รู้สึกสะท้อนใจยิ่ง เรียกได้ว่าเขาพ่ายแพ้อาชูร่าแล้ว และเรียกได้ว่าไม่ได้แพ้ เนื่องจากการโจมตีถึงขั้นเป็นตายครั้งสุดท้ายไม่ได้สัมฤทธิ์ผล เป็นอาชูร่าที่รับรู้ถึงชีวิตมนุษย์ ไม่มีห่วงอะไรเลยแม้แต่น้อย จึงนั่งละสังขารอยู่บนก้อนหินใหญ่ด้วยตนเอง สร้างความสะท้อนใจอย่างรุนแรงให้แก่เย่เทียนเฉิน
“นี่…นี่มัน…ระ ร้ายกาจจริงๆ …” หวังเจี๋ยเห็นอาชูร่าที่นั่งละสังขารอยู่เบื้องหน้าก็ตื่นตกใจจนแลบลิ้นออกมา หวังเจี๋ยเป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเองและบ้าคลั่งอย่างมาก แสดงท่าทีเช่นนี้ออกมาน้อยมาก แต่เขารู้สึกได้ว่าคนตรงหน้านี้ ต่อให้ตายไปแล้ว บนร่างก็ยังมีพลังพิเศษอันแข็งแกร่งแผ่ออกมา น่าหวาดกลัวจริงๆ มิน่าล่ะเย่เทียนเฉินที่มีความสามารถลึกล้ำไม่อาจคาดเดาถึงได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้
“อาชูร่าคือผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่ควรค่าแก่การนับถือ พวกเราไปกันเถอะ!” เย่เทียนเฉินสูดหายใจลึกแล้วพูดขึ้น
“เซวียนเยวี๋ยนเสวียนอวี่และเซวียนเยวี๋ยนชิวเป็นยังไงบ้าง?” เปาเทียนห