ามารถในตอนนี้ของตนจะอยู่เพียงระดับสูงสุดของขอบเขตจอมราชันก็ตาม โล่ทองคำที่ใช้ออกมาจึงไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด แต่คนที่สามารถปะทะกับโล่ทองคำได้ถึงขนาดนี้ และไม่ได้รับบาดเจ็บหรือตายไป หวังเจี๋ยนั้นไม่ใช่คนแรกแน่นอน แต่ก็นับว่าใช้นิ้วนับได้เลย
เย่เทียนเฉินเห็นว่าหวังเจี๋ยไม่พูดอะไร ทำเพียงชะงักอยู่กับที่ เขาจึงมองไปยังยอดฝีมือเหล่านี้แล้วพูดขึ้นว่า “ฉันรู้ว่าทุกคนเป็นยอดฝีมือชั้นหนึ่ง ฉันก็ยินดีที่พวกแกมา ฉันเย่เทียนเฉินไม่กล้าทำตัวยโสอวดดี บอกว่าจะเป็นพี่ใหญ่ของพวกแก แต่ฉันเชื่อว่าทุกคนต่างคาดหวังการต่อสู้ คาดหวังชีวิตที่ดุเดือดเลือดพล่าน คาดหวังว่าความสามารถทั้งหมดของตนจะมีประโยชน์ได้ ไม่ใช่แค่การก่อเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือไปเป็นนักสู้และบอดี้การ์ดของตระกูลใหญ่และอำนาจใหญ่ต่างๆ เท่านั้น ฉันต้องการที่จะปั่นป่วนใต้หล้านี้ไปกับพวกแก สร้างเกียรติยศที่เป็นของพวกเราในเมืองแห่งนี้!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉิน ทุกคนต่างก็มองเขาอย่างประหลาดใจ เดิมทีคิดว่าเย่เทียนเฉินที่เป็นชายหนุ่มอายุยี่สิบปีคนหนึ่ง ก็เป็นแค่ทายาทตระกูลใหญ่เท่านั้น คิดที่จะรับสมัครยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งมาก็คงจะต้องการเล่นสนุกเท่านั้น คงไม่มีความทะเยอทะยานยิ่งใหญ่อะไร แต่กลับคิดไม่ถึงว่าสิ่งที่เย่เทียนเฉินต้องการทำไม่ใช่แค่การก่อตั้งกลุ่มอำนาจขึ้นมา แต่ยังต้องการปั่นป่วนยุทธภพ สร้างชื่อให้ดังกระฉ่อน นี่ทำให้ใครหลายคนรู้สึกตื่นเต