“ไม่ใช่ว่าผมข่มขู่คุณ แต่อยากให้คุณเข้าใจความจริงให้ชัดเจน ถ้าหากคุณลงมือกับเย่เทียนเฉินที่บริสุทธิ์ และยังทำลายตระกูลเย่ทั้งตระกูล เกรงว่าจะมีคนออกหน้าให้ตระกูลเย่แน่ เมื่อถึงตอนนั้นตระกูลโอวหยางของคุณก็คงไม่มีช่วงเวลาที่ดี!” มู่หรงอวี๋ตูพูดเสียงขรึม
เดิมทีมู่หรงอวี๋ตูและโอวหยางเจิ้นฮว๋าก็เป็นขาวกับดำ เป็นน้ำกับไฟที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ การที่ทั้งสองพูดคุยกันอย่างละมุนละม่อมในตอนแรกสุดนั้น ประการแรกเป็นเพราะทั้งสองนับว่าเป็นคนที่อยู่ในยุคสมัยเดียวกัน จะมากจะน้อยก็มีอารมณ์ความรู้สึกคล้ายกัน ประการที่สองเป็นเพราะเมื่ออยู่มาจนมีอายุและตำแหน่งเช่นพวกเขาแล้ว เรื่องที่ทำให้โกรธง่ายๆ นั้นมีน้อยมาก หากไม่แสดงท่าทางสุขุมก็เป็นการง่ายที่จะถูกผู้อื่นทำร้าย
ตอนนี้ในเมื่อทั้งสองต่างพูดออกมาแล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องปิดบัง อย่างแย่ที่สุดก็ตาต่อตาฟันต่อฟัน จะอย่างไรก็ไม่มีใครกลัวใคร ด้วยวิธีการเช่นนี้บางทีอาจจะยังหาจุดสมดุลได้
“ดูท่าคุณมู่หรงอวี๋ตูจะยืนอยู่ฝั่งเย่เทียนเฉิน ต้องการช่วยเขารับมือกับตระกูลโอวหยางของผมเหรอครับ?” โอวหยางเจิ้นฮว๋าเลยถามเสียงขรึม
“ผมต้องการช่วยเย่เทียนเฉิน แต่ก็ไม่อยากให้ตระกูลโอวหยางของคุณถูกฆ่าล้าง ดังนั้นหวังเพียงว่าคุณจะใคร่ครวญให้ดี สืบหาให้ชัดเจนก่อนแล้วค่อยว่ากัน!” มู่หรงอวี๋ตูเอ่ยปากพูด
อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์เงียบไปนาน ดูเหมือนว่าโอวหยางเจิ้นฮว๋าจะกำลังใคร่ครวญอยู่ ค