ูลเย่อย่างเงียบๆ คืนนี้ก็ทะเลาะกับฉีหรูเสวี่ยมาทั้งวัน เดิมทีฉีหรูเสวี่ยต้องการจะกลับไป ไหนเลยจะรู้ว่าแม่จะบอกว่าต้องการสอนฉีหรูเสวี่ยทำอาหารอย่างหนึ่ง เรียกให้ฉีหรูเสวี่ยอยู่ต่ออีกวัน เย่เทียนเฉินมองออกว่าการทำอาหารนี้เป็นเรื่องโกหก แม่ต้องการให้ตนกับฉีหรูเสวี่ยสานสัมพันธ์กันถึงจะเป็นเรื่องจริง เพียงแต่น่าเสียดายที่เขาในตอนนี้ไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น
ก่อนเย่เทียนเฉินขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกไปจากบ้านตระกูลเย่ เขาได้จัดวางค่ายกลปัญจลักษณ์เอาไว้รอบๆ ขอเพียงมีคนที่มีไอสังหารเข้ามาใกล้ ค่ายกลก็จะถูกกระตุ้นให้ทำงาน นี่เป็นวิธีการที่เย่เทียนเฉินใช้ปกป้องครอบครัวของตน ถึงแม้เฮยเมี่ยนจะรับปากแล้วว่าจะส่งคนมาคุ้มครองครอบครัวของตน แต่อย่างไรเย่เทียนเฉินก็ยังไม่วางใจ
เที่ยงคืน เย่เทียนเฉินมาถึงป่าไผ่แห่งหนึ่งบริเวณชานเมืองทางทิศใต้ของเมืองหลวงตรงเวลา เมื่อเห็นเขาขับรถมอเตอร์ไซค์มา หูหลงที่รออยู่ที่นั่นนานแล้วก็วิ่งเข้ามาทันที ในตอนที่เย่เทียนเฉินเห็นหูหลงก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไป เพราะหูหลงมีหน้าตาบวมช้ำ นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ยิ่งไปกว่านั้นหากพูดถึงความสามารถหูหลงแล้วก็นับว่าไม่อ่อนแอเลย เพียงแต่ยังเยาว์อยู่บ้าง ขาดประสบการณ์การต่อสู้จริงเท่านั้น
“พี่ใหญ่…” หูหลงเอ่ยปากเรียก มีท่าทางกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง
“เกิดอะไรขึ้นกับแก?” เย่เทียนเฉินมองไปยังสภาพบนใบหน้าหูหลงแล้วถามขึ้น
“เอ้อ อย่าไปพูดถึงเลย ในหมู่คนกล