ับมาที่บ้าน ก็มักจะพูดถึงเย่เทียนเฉิน ถามถึงเย่เทียนเฉินเสมอ ท่าทางหลานสาวของตนคนนี้จะถึงวัยที่จะเริ่มมีความรักแล้ว เรื่องของคนหนุ่มสาวตนเองจะไม่สอดมือเข้าไป ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติจะดีที่สุด อีกทั้งมู่หรงอวี๋ตูยังมีความประทับใจต่อเย่เทียนเฉินไม่เลวเลยทีเดียว
“ที่ไหนกันคะ หนูมาเสริฟน้ำชาให้คุณปู่ เลยได้ยินโดยไม่ระวังเท่านั้นเอง!” มู่หรงซินพูดอย่างน่ารัก
แน่นอนว่ามู่หรงซินได้ยินเข้าโดยไม่ทันระวัง ในตอนที่ถือถ้วยชาเดินมาถึงหน้าห้องหนังสือของคุณปู่ ก็ได้ยินว่าคุณปู่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ในตอนที่ได้ยินคำว่า “เทียนเฉิน” สองคำนี้ มู่หรงซินก็ยืนอยู่บริเวณประตูโดยไม่ขยับ ต้องการที่จะฟังว่าเย่เทียนเฉินโทรหาคุณปู่ด้วยเรื่องอะไร จะพูดถึงตนหรือไม่
“ฮ่าๆ ไม่ทันระวังนี่เอง ซินเอ๋อร์ สุขภาพของหลานดีขึ้นบ้างแล้วใช่ไหม?” มู่หรงอวี๋ตูถามหลานสาวอย่างใส่ใจ จากนั้นจึงยกชาขึ้นดื่มด้วยรอยยิ้ม
“ดีแล้วค่ะ ดีหมดแล้ว!” มู่หรงซินพูดแล้วยิ้มอย่างมีชีวิตชีวา
มู่หรงอวี๋ตูพยักหน้าเล็กน้อย คิดว่าการที่หลานสาวสามารถแข็งแรงได้เช่นนี้ สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ก็ต้องขอบคุณเย่เทียนเฉิน ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่กลับมาถึงบ้าน มู่หรงอวี๋ตูก็ได้ยินมู่หรงซินพูดว่า เป็นเย่เทียนเฉินที่ใช้วิธีเอาชีวิตแลกชีวิตเพื่อช่วยเหลือเธอ ส่วนเรื่องที่ทั้งสองอยู่ในถังไม้ถังเดียวกันโดยที่ร่างกายเปลือยเปล่าและจูบกันนั้น มู่หรงซินย่อมรู้สึกไม