็เลิกทะเลาะกันแล้ว การทะเลาะกันมันไม่ถูก ไม่เป็นผลดีกับความสงบสุขของโลก!”
เมื่อเห็นเย่เทียนเฉินพูดกับตนด้วยท่าทางเคร่งขรึมเช่นนี้ บนใบหน้าเจือไปด้วยความไม่ได้อย่างใจ เหมือนกับกำลังสั่งสอนลูกของตนอย่างไรอย่างนั้น เฮยเมี่ยนก็โกรธจนดวงตาทั้งสองแดงก่ำ บนหมัดปรากฏเส้นเลือดสีเขียวขึ้น อยากจะอัดเจ้าหมอนี่สักหมัดจริงๆ
“แม่งเอ้ย ไอ้หนูจะบอกมาว่าจะแข่งกันยังไง?” เฮยเมี่ยนอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา
เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะแอบหัวเราะ จากนั้นจึงมองไปรอบๆ ทันใดนั้นจึงเห็นศาลาแห่งหนึ่งอยู่ไม่ไกล ที่นั่นมีเก้าอี้หินและโต๊ะหินอยู่ จึงชี้ไปตรงนั้นแล้วพูดขึ้นว่า “งัดข้อกันเป็นไง?”
“หึ ได้ ระวังมือของแกจะหักก็แล้วกัน!” เฮยเมี่ยนได้ยินคำพูดนี้ของเย่เทียนเฉินก็ยิ้มอย่างลำพองใจ
“ลองดูก็รู้แล้วไม่ใช่หรือไง?” เย่เทียนเฉินเองก็เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
ทั้งสองเข้าไปนั่งในรถจิ๊บทหารของเฮยเมี่ยนเพื่อมุ่งตรงไปยังศาลาเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกล ถึงแม้ท่าทางของพวกเขาทั้งสองจะแย้มยิ้ม แต่ความจริงให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ต่างลอบเดินพลังในร่างกายของตนอย่างลับๆ ไม่ว่าใครก็ไม่อยากแพ้ ราวกับว่าการงัดข้อเล็กๆ จะเป็นการปะทะกันของพลังอันยิ่งใหญ่ ดุเดือดยิ่งกว่าการต่อสู้อันรุนแรงเสียอีก
……….