ในตอนที่เย่เทียนเฉินเดินออกมาจากเทียนซ่างเหรินเจียนก็เป็นเวลาตีหนึ่งกว่าแล้ว เขาขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์ของตนขับมุ่งหน้ากลับบ้าน เขามีแผนอยู่ในใจเรียบร้อยแล้ว เบื้องหลังเรื่องของตนกับหลิ่วหรูเหมยเมื่อปีนั้นก็คือคนที่ได้กลายเป็นลูกพี่ใหญ่ผู้ลึกลับแห่งพรรคคุณชายในวันนี้ เป็นคนที่ไม่ธรรมดาแน่นอน หลายปีมานี้ไม่เผยตัวออกมา นับเป็นคนที่มีสมองและมีฝีมือมาก ยิ่งไปกว่านั้นเย่เทียนเฉินยังรู้สึกได้ลางๆ ว่าบุคคลที่อยู่หลังม่านผู้ลึกลับคนนี้อาจจะมีแผนการร้ายที่คิดไม่ถึงอยู่ก็เป็นได้
เรื่องเมื่อปีนั้นเย่เทียนเฉินไม่เคยคิดมาก่อนเช่นกัน ในตอนนั้นเรียกได้ว่าตนเองก็เป็นเหมือนกับทายาทตระกูลใหญ่เหล่านี้ สร้างปัญหาไปทุกที่ กินดื่มเที่ยวเล่น ยโสโอหัง เพียงแต่อำนาจตระกูลของเขาเมื่อปีนั้นคือตระกูลเย่ที่ตกต่ำ จนเขากลายเป็นคุณชายของตระกูลชั้นสามคนหนึ่ง จึงเป็นคนที่ถูกรังแก กล่าวคือไม่ควรค่าที่จะใช้ประโยชน์อะไร ส่วนตระกูลหลิ่วของหลิ่วหรูเหมยในตอนนั้นกลับเป็นตระกูลระดับสูงของเมืองหลวง เขาและหลิ่วหรูเหมยไม่รู้จักกันโดยสิ้นเชิง อย่างมากเขาก็แค่พูดจาไม่ดีเกี่ยวกับหลิ่วหรูเหมยสักหลายประโยคในตอนที่พูดคุยเพ้อเจ้อกับเหล่าทายาทตระกูลใหญ่เท่านั้น เป็นความรู้สึกที่ได้จินตนาการว่าได้ขึ้นเตียงกับสาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้นทำไม่ได้ จะอย่างไรตระกูลหลิ่วก็นำผลงานมากมายมาให้แก่ประเทศชาติ ตระกูลใหญ่หลายตระกูล